Omicron อันตรายกับผู้ป่วยที่ยังไม่ได้รับวัคซีน หรือผู้สูงอายุที่ได้รับวัคซีนแล้วก็ยังต้องระวัง ถ้าใครครบกำหนดได้รับวัคซีนเข็ม3 ให้รีบไปรับเข็ม 3 ได้เลย อย่ารีรอ! โดยโอไมครอน Omicron ถูกรายงาน ว่าพบครั้งแรกในแอฟริกาใต้ ปัจจุบันพบว่ามี การระบาดแล้วในประเทศแอฟริกาใต้ , บอตสวานา, เบลเยียม, ฮ่องกง, อิสราเอล, ออสเตรเลีย, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, แคนาดา เชื้อโควิดกลายพันธุ์ชนิดใหม่ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้เป็นสายพันธุ์ระดับที่น่ากังวล สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด (Variants of Concern: VOC) โควิดสายพันธุ์ ​B.1.1.529

เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ที่เป็นตัวก่อโรคโควิด-19 พบเชื้อกลายพันธุ์ โควิดสายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) มีตำแหน่งการกลายพันธุ์ของยีนมากถึง 50 ตำแหน่ง โดยมีหลักฐานบ่งชี้ว่าอาจจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะทำให้เกิดการกลับมาติดเชื้อซ้ำได้ นอกจากนี้ยังพบการกลายพันธุ์ที่ส่วนตัวรับ (receptor binding domain) ซึ่งไวรัสใช้จับยึดกับเซลล์ของคนเรามากกว่า 10 ตำแหน่ง ในขณะที่เชื้อโควิดกลายพันธุ์อย่างสายพันธุ์เดลตา (Delta) มีการกลายพันธุ์ในส่วนนี้เพียง 2 ตำแหน่งเท่านั้น ซึ่งจะทำให้อาจหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันมนุษย์ได้ดียิ่งขึ้น แม้ว่าจะเป็นภูมิจากวัคซีนแล้วก็ตาม

โดยพบว่าผู้ป่วยที่มีการติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน จมูกยังสามารถได้กลิ่น ลิ้นรับรสได้ดี ไม่ค่อยมีไข้ แต่พบว่ามีอาการ อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ปอดอักเสบ (ซึ่งอาการคล้ายกับสายพันธุ์เดลต้า) ปัจจุบันข้อมูลยังไม่เพียงพอที่จะสามารถสรุปได้ว่าอาการจะรุนแรงกว่าหรือไม่

คาดการณ์ว่า มีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม หรือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากลักษณะของไวรัส เช่น การส่งผ่านเชื้อโรค, ความรุนแรงของโรค, การหลบหลีกภาวะภูมิต้านทานของร่างกาย, การวินิจฉัยโรค หรือการหลบหลีกการบำบัดรักษา ซึ่งนั่นยังคงดำเนินการหาข้อพิสูจน์จนถึงตอนนี้ เนื่องจากพบว่ามีการส่งผ่านการแพร่กระจายเชื้อในชุมชนอย่างมีนัยสำคัญ หรือเกิดคลัสเตอร์ (การติดเชื้อแบบกลุ่มก้อน) ของโควิด-19 จำนวนมาก ทั้งนี้ในหลายประเทศยอดผู้ป่วยติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปมีความสัมพันธ์กับความชุกของโรคที่เพิ่มขึ้น หรืออาการแสดงทางระบาดวิทยาอื่นๆ ก็ส่งผลกระทบที่บอกเป็นนัยถึงความเสี่ยงอุบัติใหม่ที่จะเกิดกับสาธารณสุขโลก

“ไวรัสสายพันธุ์น่ากังวล” (VOC) ของไวรัสโคโรนานี้ เป็นสายพันธุ์ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่ถูกจัดให้อยู่ในคำนิยาม “สายพันธุ์ที่ต้องให้ความสนใจ” (VOI) ด้วยวิธีการประเมินเปรียบเทียบ, การพิสูจน์ได้ว่ามีความสัมพันธ์กันกับ 1 หรือมากกว่านั้นในการเปลี่ยนแปลงของขนาดสาธารณสุขโลกที่กำลังตามมาอย่างมีนัยสำคัญ อาทิ การเพิ่มขึ้นในส่วนการส่งผ่านการแพร่เชื้อ หรือการก่อให้เกิดอันตรายหรือความเสียหายโดยมีการเปลี่ยนแปลงในทางระบาดวิทยา (การพัฒนาของเชื้อโรค) ของโควิด-19, ความรุนแรงของโรค หรือการเปลี่ยนแปลงในอาการของโรคทางคลินิกที่เพิ่มขึ้น หรือการลดลงของประสิทธิภาพของสาธารณสุขและมาตรการทางสังคม หรือการวินิจฉัย, วัคซีน, การบำบัดรักษาโรคที่มีอยู่ สามารถติดตามข่าวสารสุขภาพได้ที่ UFABET Blogs

ปัจจุบัน “สายพันธุ์โอไมครอน” ถูกพบที่ใดในโลกแล้วบ้าง?

ประเทศแอฟริกาใต้ เบลเยียม บอตสวานา เขตปกครองพิเศษฮ่องกง และล่าสุดอังกฤษ

บริษัทวัคซีน กับ “สายพันธุ์โอไมครอน”?

1. บริษัทโมเดอร์นา

ผู้บริหารโมเดอร์นาให้ความเห็นว่า หากสูตรวัคซีนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไม่สามารถรับมือได้ อีกหนึ่งทางเลือกที่เป็นไปได้ ณ เวลานี้ คือเพิ่มปริมาณยาสำหรับการฉีดเข็มกระตุ้นให้มากขึ้น นอกจากนี้บริษัทกำลังทดสอบวัคซีนกระตุ้นแบบหลายแอนติเจน (Multivalent Booster) ว่าจะสามารถให้ผลในแง่ของการต้านทานการติดเชื้อสายพันธุ์โอไมครอนได้มากน้อยเพียงใด

2. บริษัทแอสตราเซเนกา

โฆษกแอสตราเซเนกา เปิดเผยว่า บริษัทกำลังทำการวิจัย ในประเทศบอตสวานา ซึ่งพบการปรากฏตัวของสายพันธุ์โอไมครอน เพื่อรวบรวมข้อมูลไวรัสสายพันธุ์ใหม่ จากโลกจริงไปเปรียบเทียบกับประสิทธิภาพวัคซีน Vaxzevria ของบริษัท

นอกจากนี้ บริษัทได้นำยา AZD7442 ซึ่งเป็นยาแอนติบอดีชนิดฉีดเข้ากล้ามเนื้อ ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรักษาโรคโควิด-19 (รายงานผลการทดลองทางคลินิกระยะที่ 3 พบว่า สามารถลดความเสี่ยงการเกิดโรคโควิด-19 แบบมีอาการได้ถึง 83% และสามารถลดความเสี่ยงในการเกิดโรครุนแรง หรือเสียชีวิตได้ 88%) มาทดสอบใช้กับสายพันธุ์โอไมครอนแล้วอีกด้วย

3. บริษัทไฟเซอร์ ไบออนเทค

บริษัทไฟเซอร์ กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบประสิทธิภาพ วัคซีนกับสายพันธุ์โอไมครอน โดยเบื้องต้นคาดว่าจะมีการเปิดเผยข้อมูลในอีก 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า

4. บริษัทจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน

โฆษกของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ยืนยันว่า กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพวัคซีนกับสายพันธุ์โอไมครอน

วัคซีนสู้ได้ไหม เนื่องจากโอไมครอน มีการกลายพันธุ์หลายตำแหน่งจึงทำให้เกิดความกังวลว่าวัคซีนโควิด-19 ที่พัฒนามาเพื่อต่อสู้กับไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิม ที่พบครั้งแรกในอู่ฮั่นจะมีประสิทธิภาพลดลงเมื่อต้องรับมือกับโอไมครอน

อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลกกล่าวว่ายังเร็วเกินไปที่จะสรุปในตอนนี้ และจำเป็นต้องใช้เวลาเพื่อศึกษาพฤติกรรมของไวรัสตลอดจนประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีอยู่ในปัจจุบัน

ทั้งนี้ ผู้ผลิตวัคซีนหลายราย ได้ออกมาเคลื่อนไหวในประเด็นดังกล่าว โดย BioNTech ผู้พัฒนาวัคซีน จากเยอรมนีกล่าวว่าทางบริษัททราบถึงความกังวลที่เกิดขึ้น และจะศึกษาเพิ่มเติมเพื่อตัดสินใจว่าจะต้องพัฒนาวัคซีนกันอีกครั้งหรือไม่

ด้าน AstraZeneca แถลงว่ากำลังทำความเข้าใจเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัคซีนนี้และผลกระทบต่อวัคซีน และกำลังทดสอบแอนติบอดี AZD7442 กับสายพันธุ์ใหม่นี้และหวังว่าแอนติบอดีจะยังคงรักษาประสิทธิภาพไว้ได้

ขณะที่ Moderna คาดว่าจะทราบเกี่ยวกับความสามารถของวัคซีนในปัจจุบันเกี่ยวกับให้การต้านไวรัสโอไมครอนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งหากจำเป็นต้องพัฒนาวัคซีนใหม่คาดว่าจะพร้อมในต้นปี 2022

สำหรับ Novavax กล่าวว่าบริษัทได้เริ่มทำงานเพื่อพัฒนาวัคซีนโควิด-19 รุ่นหนึ่งซึ่งกำหนดเป้าหมายไปที่ไวรัสสายพันธุ์ใหม่โดยเฉพาะ และจะพร้อมสำหรับการทดสอบและการผลิตในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

น่ากังวลขนาดไหน?

องค์การอนามัยโลกจัดให้เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล (Variants of Concern : VOC) แต่ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะสรุปว่ามันมีความอันตรายร้ายแรงมากกว่าโควิด-19 สายพันธุ์อื่นๆ หรือไม่อย่างไร ซึ่งขณะนี้ผู้เชี่ยวชาญกำลังเร่งศึกษาเพื่อประเมินศักภาพของไวรัส และประสิทธิภาพของวัคซีนในการรับมือกับไวรัสดังกล่าว

โควิด-19 สายพันธุ์ใหม่โอไมครอน (Omicron)
ขณะนี้ทั่วโลกให้ความสนใจมากกับไวรัสสายพันธุ์ใหม่โอไมครอน ทั้งนี้เพราะการกลายพันธุ์เฉพาะในส่วนหนามแหลม สามารถเก็บจาก การกลายพันธุ์ที่เกิดในสายพันธุ์แอลฟา เบต้า และเดลตา มาแล้ว ยังเพิ่มตำแหน่งการกลายพันธุ์เพิ่มขึ้นอีก 30 ตำแหน่ง

1 ไวรัสนี้ติดง่ายแพร่กระจายง่าย หรือ ไม่
จากการดูพันธุกรรมไวรัสนี้ พัฒนาเพิ่มขึ้นจากสายพันธุ์เดลตา ที่แพร่กระจายง่ายอยู่แล้ว อย่างน้อยการแพร่กระจายของโรค ก็ไม่น่าจะน้อยกว่าสายพันธุ์เดลตา

2 ความรุนแรงของโรคโควิด-19
จากข้อมูล ที่ได้มาจากแอฟริกาใต้เบื้องต้น ในหลายครอบครัว พบว่าสายพันธุ์นี้มีอาการไม่มาก ทั้งในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนแล้วและไม่ได้รับวัคซีน โดยธรรมชาติของไวรัสที่แพร่กระจายง่าย ไวรัสเองก็ต้องการมีชีวิตอยู่ยาวนาน หรือแพร่พันธุ์ได้ยาวนาน ในการศึกษาในอดีตสำหรับไวรัสตัวอื่น ที่มีการถ่ายทอดลูกหลานมายาวนาน หรือการเพาะเลี้ยงจากรุ่นต่อรุ่นไปยาวๆ จะพบว่าความรุนแรงจะลดน้อยลง ในอดีตการทำวัคซีนจึงใช้วิธีการเพราะเลี้ยงไปเรื่อยๆ 30-40 ครั้ง ก็จะได้ไวรัสที่อ่อนฤทธิ์ลง แล้วเอามาทำวัคซีนเช่นการทำวัคซีนโปลิโอชนิดเชื้อเป็น
อย่างไรก็ตามสำหรับไวรัสตัวนี้ยังใหม่เกินไป ที่จะบอกว่า อาการของโรคลดน้อยลงหรือเพิ่มขึ้น จะต้องดูจำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้าโรงพยาบาล ผลการรักษา อัตราการเสียชีวิต ระยะเวลาที่นอนโรงพยาบาล เปรียบเทียบกับสายพันธุ์เดิมที่มีอยู่ เช่นสายพันธุ์ เดลตา

3 การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การตรวจหาพันธุกรรมในการวินิจฉัยที่เรียกว่า RT-PCR ยังใช้ได้ดีอยู่หรือไม่
แต่จากการที่ได้พิจารณาตามรหัสพันธุกรรม อย่างน้อยการตรวจทางห้องปฏิบัติการส่วนใหญ่จะใช้ N gene อย่างน้อย 1 ยีนส์ ในตำแหน่งของ N gene เป็นตำแหน่งที่ค่อนข้างคงที่ ไม่มีผลกับการตรวจ แต่อาจจะมีผลต่อการตรวจในยีน RdRp ก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบที่ใช้กันอยู่
ที่ห้องปฏิบัติการของศูนย์ ที่ทำอยู่ขณะนี้ เมื่อนำมาเปรียบเทียบ ตามรหัสพันธุกรรม ก็พบว่ายังสามารถใช้ได้ดี ส่วนของบริษัทต่างๆ ก็คงต้องมีการตรวจสอบโดยเฉพาะในส่วนของยีนอื่นที่ไม่ใช่ N ยีนส์

4 การศึกษาตำแหน่งพันธุกรรมที่เปลี่ยนแปลงบนหนามแหลม
มีความน่าสนใจมาก ที่มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้น สิ่งที่จะต้องศึกษาอย่างยิ่งก็คือจะทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนชนิดที่ใช้สไปรท์เพียงตัวเดียวลดลงหรือไม่ เช่นไวรัส Vector และ mRNA การตอบสนองต่อ T และ B เซลล์เป็นอย่างไร ต้องมีการศึกษาอย่างเร่งด่วน

5 การเตรียมตัวในการพัฒนา ทั้งวัคซีน และ การรักษา
แต่เดิมคิดว่าวัคซีนในเจนเนอเรชั่นที่ 2 จะต้องเป็นสายพันธุ์ Beta แต่ต่อมากลับพบว่าสายพันธุ์เบต้าสู้สายพันธุ์ Delta ที่แพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วไม่ได้เลย
สายพันธุ์เดลต้าหลบหลีกภูมิต้านทานที่ใช้อยู่เดิมที่เป็นสายพันธุ์อู่ฮั่นไม่มาก ดังนั้นวัคซีนที่ใช้อยู่จึงสามารถที่จะใช้ได้กับสายพันธุ์เดลตา วัคซีนไม่มีการคิดที่จะเปลี่ยนสายพันธุ์ แต่ขณะนี้เมื่อเป็นสายพันธุ์ omicron คงต้องรอการศึกษา รวมทั้งประสิทธิภาพของ monoclonal antibodies ที่วางจำหน่ายแล้ว และยาที่วางแผนในการรักษา

6 การสื่อสารทางด้านสังคม
ขณะนี้มีการตื่นตัวกันอย่างมาก ดังนั้นข้อมูลที่ให้กับประชาชนทั่วไป จะต้องเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง โปร่งใส ใช้ความจริง เหตุผลทางวิทยาศาสตร์มากกว่าความรู้สึก ในการแพร่กระจายข่าวออกไป ในบางครั้งมีผลกระทบทางจิตใจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะข่าวที่ไม่เป็นความจริง และการ bully ในสังคม ไม่ได้ช่วยอะไรเลยต่อภาพรวม

สำหรับใครที่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด ควรได้รับวัคซีนให้ครบโดส เพื่อลดความรุนแรงของอาการจากการติดเชื้ออย่างไรก็ตามเราควรเฝ้าจับตามอง และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกันก็ปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุและผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีน ซึ่งอาจมีผลกระทบจากเชื้อโควิดสายพันธุ์โอไมครอนนี้  สามารถติดตามทุกข่าวสารวงการสุขภาพก่อนใครได้ที่ UFABET เราให้คุณรู้ก่อนใครแน่นอน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *