ไขปริศนา.. กลายเป็นข่าวฮือฮา หลัง หมอปลา บุกกุฏิเจ้าอาวาส หลังมีชาวบ้านร้องเรียนเรื่องผู้หญิง ซึ่งเมื่อเข้าไปก็พบกับสายรัดศีรษะ ที่เอาไว้คาดผมของผู้หญิงตกอยู่บนที่นอน แต่เจ้าอาวาสบอกว่าเป็นของตนเอง เอาไว้รัดศีรษะแก้ปวดหัว ก่อนจะรัดศีรษะโชว์ จนกลายเป็นเทรนด์ใหม่ มีคนทำรูปล้อเลียนจนเป็นมีม บ้างก็ลองเอามาทำตาม ขณะหลายคนก็สงสัยว่าการรัดศีรษะแบบนี้ แก้ปวดหัวได้จริงหรือไม่

ล่าสุด (11 กุมภาพันธ์ 2565) มีรายงานว่า นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับอาการปวดหัว โดยช่วงหนึ่งได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สายรัดศีรษะ เพื่อบรรเทาอาการปวดหัวว่า อาจจะบรรเทาอาการปวดเล็กน้อย จากการปวดหัวในกลุ่มที่ปวดจากความเครียดได้ คล้ายการบีบนวดศีรษะเบาเทาอาการ โดยไม่ได้อาศัยกลไกในการออกฤทธิ์ใด ๆ

ย่างไรก็ดี ในปัจจุบันมีวิธีการรักษาอาการปวดศีรษะไมเกรนที่มีสาเหตุจากความผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5 โดยใช้แผ่นคาดศีรษะที่มีการใช้ไฟฟ้าขนาดน้อย ๆ กระตุ้นเส้นประสาท เพื่อลดการทำงานที่มากเกินไปหรือผิดปกติ ช่วยบรรเทาอาการปวดหัวจากไมเกรนได้ แต่ยังไม่ได้มีประสิทธิภาพที่ชัดเจนเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยวิธีมาตรฐานอื่น ๆ และราคายังค่อนข้างสูง

ทั้งนี้หากจะเลือกใช้วิธีการรักษาใด ควรศึกษาข้อมูลให้ครบถ้วน เพื่อป้องกันอันตรายหรือภาวะแทรกซ้อนรวมถึงความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา แต่ดีที่สุดคือการเข้ารับการตรวจรักษาจากแพทย์ และขอรับคำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสม

เปิดใจสีกาในกุฏิ เผยทำไมหลบใต้จีวร เชื่อโดนแกล้งโยนเสื้อในใส่ เครียดจนจะคิดสั้น

เปิดใจสีกาใน กุฏิเจ้าอาวาส แค่เอาเอกสารไปให้ แต่ตกใจคนบุกมาเลยแอบใต้จีวร ยันเสื้อในสีฟ้าไม่ใช่ของตนเอง มีคนโยนมาช่วงชุลมุน เชื่อมีคนกลั่นแกล้งหลวงพ่อ ขอสังคมให้ความเป็นธรรม เครียดจนอยากฆ่าตัวตาย

สังคมให้ความสนใจอย่างมาก กรณี หมอปลา มือปราบสัมภเวสี พาสื่อมวลชนบุกจับ อดีตพระครูปลัดประสาทพร มหาปุญโญ เจ้าอาวาสวัดบางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังได้รับการร้องเรียนว่ามักพาสีกาเข้ากุฏิ และมีพฤติกรรมดื่มสุรา

กระทั่งเจอผ้าคาดผมผู้หญิง เจ้าอาวาสอ้างว่าเป็นของตัวเอง ก่อนจะโชว์เอารัดศีรษะช่วยแก้อาการปวดหัว จากนั้นเจอชุดชั้นในผู้หญิงตกอยู่ใต้บันไดกุฏิ ก่อนจะเจอสีกา นั่งหลบอยู่ใกล้ ๆ ใต้จีวร เกือบโดนชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ ขณะที่ตำรวจพาตัวพระไปสึก

ไขปริศนา ล่าสุด วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2565 เรื่องเล่าเช้านี้ รายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่และอดีตเด็กวัด เผยว่า อดีตเจ้าอาวาสรูปนี้เคยถูกร้องเรียนบ่อยครั้ง ตั้งแต่เป็นพระลูกวัด จนขึ้นเป็นเจ้าอาวาส แต่เรื่องก็เงียบไป ทั้งการเก็บเงินค่าที่จอดรถในวัดกับชาวบ้าน รวมถึงพูดจาไม่เหมาะสม

เมื่อถามว่าทำไมถึงได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาส ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า ตอนนั้นมีทั้งชาวบ้านบางส่วน และพระลูกวัดบางรูปที่ไม่เห็นด้วย แต่ไม่ทราบว่าทำไมถึงยังได้รับการแต่งตั้ง แต่ที่ทำให้ชาวบ้านกลัวและไม่กล้าร้องเรียน เพราะที่ผ่านมามักถูกข่มขู่และขับไล่ที่ เนื่องจากชาวบ้านกว่า 200 หลังคาเรือน อาศัยบนพื้นที่วัด หากมีเรื่องก็อาจถูกไล่ที่ได้

ส่วนสีกาที่พบในกุฏิ ที่ผ่านมาไม่เคยจับได้คาหนังคาเขา โดยหญิงคนดังกล่าว เป็นคนที่มาช่วยขายมะม่วงในวัด คาดว่าเป็นคนที่นำมะม่วงจากสวน อ.บางพลี มาส่งให้วัดขาย เพิ่งเห็นหน้าได้ 2-3 วัน แต่ก่อนหน้านี้มีสีการายอื่น ๆ อีก ที่เข้า-ออกกุฏิบ่อยครั้ง

ส่วนเรื่องดื่มสุรา ย้อนกลับไปตอนที่มีการลอกคลองข้างกุฏิเจ้าอาวาส พบขวดเหล้าเกลื่อนคลอง ชาวบ้านบางคนบอกว่า เคยเจอเหล้าเป็นลังในรถของอดีตเจ้าอาวาสคนนี้ ไม่นานมานี้มีช่างทาสีเข้าไปทำงานในกุฏิ เล่าให้ฟังว่า 6 โมงเช้าเจอสีกาหัวกระเซอะกระเซิงอยู่ในกุฏิด้วย

ด้าน พ.ต.อ. จักรพงศ์ นุชผดุง ผกก.สภ.สำโรงใต้ ระบุว่า ได้เชิญตัว นายสมุทร ปราสาทพร อดีตเจ้าอาวาส มาสอบปากคำ ซึ่งในชั้นสอบสวนไม่พบความผิดทางอาญา และยังไม่มีผู้เสียหายที่เป็นสีกาเข้ามาแจ้งความ จึงต้องปล่อยตัวไป ทั้งนี้ อดีตเจ้าอาวาสไม่รับสารภาพ แต่ก็จำนนด้วยหลักฐานตามที่ปรากฏ ส่วนสีกาไม่ให้ข้อมูลต่อพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด

ขณะที่ นางต้อย (นามสมมติ) ผู้หญิงที่อยู่ในกุฏิพระ นั่งขดตัวอยู่ใต้บันได เปิดใจผ่านทางโทรศัพท์ว่า ตอนนี้เครียดมาก เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสังคมกำลังเข้าใจผิด โดยในวันเกิดเหตุ ตนนำเอกสารไปให้หลวงพ่อเซ็น ระหว่างจะกลับก็ได้ยินเสียงโวยวาย และเกิดการบุกเข้ามา ตนจึงไปแอบที่ใต้บันไดแล้วเอาจีวรคลุม เมื่อมีคนมาเจอรู้สึกตกใจมาก ทุกคนมุ่งเป้ามาที่ตน ซึ่งตนไม่รู้ว่าชุดชั้นในที่ตกอยู่เป็นของใคร มาจากไหน

จากการสังเกตช่วงชุลมุน เหมือนมีการโยนชุดชั้นในหรือเอามาวางไว้ ซึ่งไม่ใช่ของตนแน่นอน เพราะตอนถูกนำตัวออกมาจากกุฏิ ตนยังใส่ชุดชั้นในอยู่ครบ อีกทั้งตนอายุเยอะแล้ว ไม่ใส่เสื้อชั้นในแบบนี้ ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้งหลวงพ่อ เพราะในวัดนี้มีคนหลายคน ไม่ชอบและพยายามทำให้หลวงพ่อพ้นจากวัด

สีกาต้อย ยังบอกอีกว่าตนมีครอบครัวและลูก ทุกคนตกใจเมื่อทราบข่าว แต่ทุกคนรู้ดีว่าตนไม่ได้ทำอะไรไม่ดีในกุฏิ แค่นำเอกสารไปให้เท่านั้น โดยเมื่อถามว่านำเอกสารไปให้หลวงพ่อ ทำไมไปยามวิกาล พระเข้ากุฏิกันแล้ว สีกาต้อยไม่ขอตอบคำถาม และบอกว่าตอนนี้เครียดจนอยากผูกคอตาย ขอสังคมให้ความเป็นธรรมตนด้วย

สำหรับตำแหน่งเจ้าอาวาส พระครูสุนทร สุตสาร วัดท้องคุ้ง เจ้าคณะตำบลบางหญ้าแพรก เดินทางมาทำพิธี คณะสงฆ์มีมติเป็นเอกฉันท์ให้แต่งตั้ง พระอาจารย์ บุญมี กิตติภโร เป็นรักษาการเจ้าอาวาสวัด

ไล่เรียงเหตุการณ์ หมอปลา ล้อมกุฏิเจ้าอาวาสซุกสีกา เจอป้าด่ามาด่ากลับแสบ ก่อนโป๊ะแตกจัง ๆ

หมอปลา พาสื่อล้อมกุฏิเจ้าอาวาสวัดบางหญ้าแพรก แฉชอบซุกสีกา ระทึกถูกป้าบุกด่าหยาบ ตะโกนกลับเรียก รัตนา ! ด้านในเจอยกทรง มีหญิงซ่อนในจีวร ชาวบ้านหวิดประชาทัณฑ์ ตำรวจพาตัวไปสึก

วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2565 ข่าวช่อง 3 รายงานเหตุการณ์ช่วง ณ 20.30 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา หมอปลา ได้พาสื่อหลายช่องไปที่กุฏิเจ้าอาวาสวัดบางหญ้าแพรก ต.บางหญ้าแพรก อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ หลังจากได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าพบสีกาเข้าไปในกุฏิตั้งแต่ช่วง 16.00 น. และยังไม่กลับออกมา โดยมีชาวบ้านในพื้นที่กว่าร้อยคนเดินทางมาร่วมพิสูจน์ความจริงในครั้งนี้

เกือบวุ่น เจอฝ่ายเชียร์เจ้าอาวาสบุกป่วน

หมอปลาและทีมงาน พยายามเคาะประตูกระจกเรียกเจ้าอาวาสให้เปิดกุฏิเพื่อขอเข้าไปพิสูจน์ด้านใน แต่เจ้าอาวาสไม่ยอมเปิดให้ ระหว่างที่รอให้เปิดนั้น มีหญิงสูงอายุ ฝ่าสื่อและชาวบ้านมาตะโกนโวยวายหน้ากุฏิ โดยด่าหมอปลาและสื่ออย่างหยาบคายว่าจะมาถ่ายทำไม จนหวิดเกิดการปะทะกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจต้องเข้าห้ามปราม แต่หญิงดังกล่าวก็ไม่หยุดด่า ขณะที่หมอปลา ตะโกนเรียกว่า รัตนา ๆ ! เป็นการตอบโต้

อ้างที่คาดผมแก้ปวดหัว จนมุมเพราะยกทรงกับหญิงแอบในกุฏิ

ต่อมา พระสมุห์ประสาทพร มหาปุญโญ อายุ 65 ปี เจ้าอาวาส ได้เปิดกุฏิให้พิสูจน์ โดยพาไปดูห้องชั้นสองเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่าไม่มีผู้หญิงหลบซ่อนตัว ขณะนั้นสื่อเห็นยางรัดผมสีดำของผู้หญิงตกอยู่บนที่นอน เจ้าอาวาสรีบชี้แจงว่ายางรัดผมดังกล่าวเป็นของตนที่เอาไว้รัดศีรษะแก้ปวดหัว ก่อนที่จะแสดงวิธีการรัดศีรษะให้ดู

จากนั้นเมื่อลงมาที่ชั้นล่างของกุฏิ กลับได้พบเสื้อชั้นในสีฟ้า ตกอยู่ที่พื้นใต้บันไดทางขึ้นชั้นสอง ใกล้กับราวไม้ที่มีผ้าจีวรวางคลุมอยู่ เมื่อเปิดผ้าจีวรออก ปรากฏว่า มีหญิงสาวอยู่ด้านใน อยู่ในสภาพสวมผ้าถุง เอาผ้าคลุมหน้า มีอาการหน้าซีดตัวสั่น ไม่ยอมตอบคำถามใด ๆ ต่อสื่อ และไม่ยอมออกมาจนเจ้าหน้าที่ต้องกันพื้นที่และนำเสื้อมาคลุมปิดบังใบหน้าก่อนจะพาตัวขึ้นไปด้านบนและหาชุดชั้นในมาให้สวมใส่ นอกจากนี้ยังพบเหล้าซุกซ่อนอยู่ใต้โต๊ะหมู่บูชาอีกจำนวน 2 แบน และเครื่องดื่มไวน์อีก 1 ลังวางอยู่ข้างตู้เย็นโดยที่ในช่องฟรีซก็มีไวน์ชนิดเดียวกันแช่อยู่จำนวน 2 ขวด

หลักฐานชัดผิดจริง ชาวบ้านหวิดรุมกระทืบอดีตเจ้าอาวาส

หมอปลา เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีชาวบ้านในพื้นที่ไปร้องเรียนกับตนที่เพชรบุรี ว่าเจ้าอาวาสวัดแห่งนี้หญิงสาวเข้าออกกุฏิบ่อยครั้งในช่วงเวลากลางคืน มีหลักฐานเป็นภาพหญิงสาวคนดังกล่าวที่กล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้ได้ ปั่นจักรยานเข้ามาในวัดและเดินหายเข้าไปในกุฏิเจ้าอาวาส ซึ่งในวันดังกล่าว เมื่อช่วงสี่โมงเย็นก็มีหลักฐานว่าหญิงสาวคนดังกล่าวหายเข้าไปในกุฏิเป็นเวลานานและไม่กลับออกมา จึงพาสื่อมาพิสูจน์ความจริงและก็ปรากฏดั่งภาพที่เห็น

ขณะที่บรรยากาศด้านนอก มีประชาชนหลายร้อยคนแห่เดินทางมาดูเหตุการณ์และปิดล้อมกุฏิเจ้าอาวาส พร้อมตะโกนด่าทอและสาปแช่งพฤติกรรมทั้งพระและสีกา จนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำตัวออกจากกุฏิได้ จึงประสานขอกำลังตำรวจเพิ่มเพื่อควบคุมสถานการณ์ พร้อมทั้งให้หมอปลา ออกมาเจรจากับชาวบ้านให้เปิดทางจนสถานการณ์เริ่มสงบ แต่เมื่อใกล้ถึงรถตำรวจ ชาวบ้านตามเข้ามาด่าทอและจะรุมประชาทัณฑ์จนชุลมุน สุดท้ายตำรวจสามารถพาออกจากวัด และพาไปให้เจ้าคณะตำบลทำการสึกจากการเป็นพระ ก่อนพาตัวมาสอบสวนที่โรงพัก สภ.สำโรงใต้ ซึ่งมีประชาชนมายืนรออยู่ที่หน้าโรงพักกว่า 50 คน

ด้าน พ.ต.อ. จักรพงศ์ นุชผดุง ผกก.สภ.สำโรงใต้ เผยว่า หลังสอบถามนายสมุทร ประสาทพร อดีตเจ้าอาวาส ยอมรับว่า การที่อยู่สองต่อสองกับหญิงสาวในยามวิกาลถือว่าผิดวินัยจึงสมัครใจสึกจากการเป็นพระ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ยังไม่ยอมให้การใด ๆ จากนี้เตรียมสอบถามฝ่ายหญิง และตรวจสอบว่าอดีตเจ้าอาวาสมีการกระทำผิดในคดีอาญาหรือไม่ต่อไป UFABET

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *