เคล็ดไม่ลับ
เคล็ดไม่ลับ
เคล็ดไม่ลับ ไอเดียล้ำเลิศที่ใครๆก็ต้องทึ้งไปเลยทีเดียว บทความมาบอกต่อที่หลายคนก็ต้องทำตาม การที่มนุษย์จะอยู่แค่เพียงในโลกของตัวเองเท่านั้น มันจะไปเกิดการเรียนรู้และสิ่งใหม่ ๆ ขึ้นได้อย่างไร
1. ทำความสะอาดก๊อกน้ำด้วยเลม่อนหรือมะนาว หลายคนอาจจะเคยใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้านกันมาแล้วแต่เลม่อนหรือมะนาวสิ่งที่อยู่ใกล้ตัวเราหาซื้อได้ง่ายมีฤทธิ์เป็นกรดก็ช่วยทำความสะอาดบ้านได้ดีเช่นกัน ซึ่งหลายคนคงเจอคราบตะกอนกันมาก่อนซึ่งเลม่อนนี่ล่ะค่ะตัวช่วยที่ดีและปลอดสารเคมีด้วย ทำได้ง่ายๆโดยการผ่ามะนาวหรือเลม่อนออกเป็นสองซีกและนำมาถูกบนคราบตะที่อยู่บริเวณก๊อกน้ำก็จะทำให้ก๊อกน้ำของคุณใหม่ขึ้นมาทันทีเลยค่ะ(สามารถใช้เปลือกมะนาวหรือเลม่อนที่ยังหลงเหลือเศษก็ได้นะคะ)
2. น้ำยาเช็ดหน้าต่างและกระจก ที่คุณสามารถทำเองได้ คือการนำสิ่งที่อยู่ในบ้าน3สิ่งมาผสมกันในปริมาณที่เท่ากันนั่นก็คือ น้ำ น้ำส้มสายชู และน้ำยาล้างจาน เมื่อผสมกันแล้วบรรจุลงในขวดที่เป็นหัวฉีด และนำฉีดลงบนกระจกและใช้กระดาษหนังสือพิมพ์อย่างที่รู้กันมาเช็ดจนเงา สะอาด สูตรนี้นอกจากจะใช้แทนน้ำยาเช็ดกระจกที่อาจจะหมดแล้วและไม่สามารถหาซื้อได้ ยังสามารถใช้ได้กับคุณแม่บ้านที่ไม่อยากใช้สารเคมีอีกด้วย แถมยังสะอาดไม่แพ้น้ำยาเช็ดกระจกเลยค่ะ…
3. การทำความสะอาดหัวเตาแก๊สด้วยแอมโมเนีย  หลายคนอาจจะเช็ดคราบมันหรือคราบอาหารที่ติดกับหัวเตาแก๊สแต่เช็ดยังไงก็ไม่สะอาดใช่ไหมคะ….แอมโมเนียคืออีกทางเลือกหนึ่งที่จะช่วยขจัดปัญหานี้ออกจากครัวของคุณ สามารถทำได้โดยนำแอมโมเนียประมาณ1/4ถ้วย ใส่ในถุงซิปล็อกขนาดที่สามารถใส่หัวเตาแก๊สลงไปได้ และนำหัวเตาแก๊สในเตามลงไปปิดซิปล็อกทิ้งไว้หนึ่งคืน เช้ามาคุณก็สามารถนำออกมาเช็ดทำความสะอาดได้อย่างง่ายดายไร้ความมันกันเลยทีเดียว
4. ทำความสะอาดของเล่นหรือตัวต่อเลโก้ให้คุณลูก นำตัวเลโก้ที่มีมากมายใส่ถุงซักผ้าปิดให้เรียบร้อยละพาไปปั่นในเครื่องซักผ้าใช้เวลาแค่พอประมาณนำออกมาทิ้งไว้ให้แห้งแค่นี้ของเล่นของคุณลูกๆที่เลอะฝุ่นก็จะโดนทำความสะอาด โดยคุณไม่ต้องนำมาเช็ดทีละตัวให้เหนื่อยแล้วละคะ (แนะนำให้ใช้กับเครื่องซักผ้าฝาบนเท่านั้นนะคะและใช้แค่น้ำเปล่าก็สามารถกำจัดฝุ่นได้แล้ว)
5. ทำความสะอาดเตารีดด้วยเกลือ คราบบนเตารีดที่ทุกบ้านต้องเจอปัญหาจากการรีดผ้าแล้วความร้อนของเตารีดทำให้ผ้าไหม้ติดเตารีดคุณและเมื่อนำไปรีดตัวใหม่ก็เป็นปัญหาทำให้คราบไปเลอะเสื้อผ้าของคุณ บาริโอจึงนำเคล็ดลับง่ายๆเราสามารถทำความสะอาดได้โดยการโรยเกลือลงไปบนแผ่นรองรีด ปรับเตารีดให้เป็นระดับสูงสุด และปิดระบบไอน้ำ จากนั้นก็เพียงแค่วางเตารีดลงบนเกลือ สิ่งสกปรก คราบต่างๆจะติดไปกับเกลือ ทำให้เตารีดสะอาดและเงางามเหมือนใหม่ทำให้ปัญหาการรีดผ้าของคุณหายไป
6. กำจัดเศษขนสัตว์ด้วยถุงมือยาง ถุงมือยางก็มีลักษณะเหมือนลูกโป่ง สามารถใช้ทฤษฏีเดียวกันคือไฟฟ้าสถิต ราสามารถทำได้ง่ายๆโดยการถุงมือยางเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดความร้อนแล้วนำมือที่สวมถุงมือยางลูบไปบนเก้าอี้ โซฟาที่มีขนสัตว์อยู่ขนสัตว์ก็จะโดนถุงมือยางดูมาจนเกือบหมด
7. คืนความขาวให้หมอนของคุณ หมอนสีขาวของคุณเมื่อใช้นานๆก็จะกลายเป็นสีเหลืองที่เกิดจากคราบต่างๆขนาดที่นอนวันนี้ทางบาริโอมีเคล็ดลับดีทำได้ง่ายมาฝากกัน เราสามารถทำได้โดยนำผงซักฟอก 1 ถ้วย, ผงล้างจาน 1 ถ้วย, สารฟอกขาว 1 ถ้วย, บอแร็กซ์ครึ่งถ้วย และน้ำร้อนมาก และนำมามาผสมกันแล้วใช้ซักหมอนสีขาวของคุณแค่นี้หมอนของคุณก็กลับมาขาวสะอาดเหมือนใหม่อีกครั้ง
8. ลดรอยขีดข่วนของเล็บแมวบนเฟอร์นิเจอร์ไม้ด้วยน้ำส้มสายชู และน้ำมันมะกอก บ้านใครเลี้ยงน้องแมวคงเจอปัญหาขีดข่วนใช่มั้ยละคะวันนี้เรานำวิธีง่ายๆมากฝากกันโดยการผสมน้ำส้มสายชูครึ่งถ้วยกับน้ำมันมะกอกครึ่งถ้วย เอาผ้าจุ่มแล้วก็เช็ดบนเฟอร์นิเจอร์ทั้งตัวลอยขีดข่วนก็จะจางหายไปดูใหม่ขึ้นทันที (หลังทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ไม้ทุกครั้งควรเคลือบแว็กซ้ำทุกครั้ง
9. สเปรย์จัดแต่งทรงผมสามารถกำจัดคราบน้ำหมึกได้ ใครที่เจอปัญหาน้ำหมึกปากกาเลอะเสื้อผ้า สเปรย์จัดแต่งทรงผมนี่แหละคะสามารถกำจัดคราบเปื้อนจากน้ำหมึกได้อยู่หมัดเพราะว่าในสเปรย์จัดแต่งทรงผมมีส่วนประกอบของแอลฮอล์ทำให้สามารถกำจัดคราบน้ำหมึกได้แต่ไม่สามารถกำจัดได้บนผนังแต่จะกำจัดได้บนโซฝา เสื้อผ้า เพราะเป็นโมเลกุลที่ใกล้เคียงกับเส้นผมที่สุด ทำได้โดยการฉีดสเปรย์ลงบนคราบหมึกและนำไปซักหรือเช็ดออกก็จะทำให้คราบน้ำหมึกจากหายไปค่ะ
10. ลบคราบที่เกิดจากความร้อนด้วยความร้อนที่มากกว่า ถ้าคุณมีรอยสีขาวที่เกิดจากความร้อนบนเฟอร์นิเจอร์และคุณไม่สามารถนำมันไปซักได้การทำความสะอาดที่คุณคิดว่ายากวันนี้เรามีเคล็ดลับง่ายๆมาบอกกันค่ะ การที่จะกำจัดมัน คุณจะต้องใช้ความร้อนที่มากกว่าและความชื้น นำผ้าหลายๆชั้นมาพรมด้วยน้ำ วางไว้บนคราบแล้วก็เปิดเตารีดโดยใช้ความร้อนที่ร้อนพอประมาณที่สามารถผ่านเนื้อผ้าไปได้ทับไว้ประมาณ 15 นาทีคราบสกปรกก็จะติดกับผ้าที่โดนความร้อนออกมาง่ายๆเลยล่ะค่ะ
11.  ทำความสะอาดผ้าใยไมโครไฟเบอร์ด้วยแอลกอฮอล์ การที่จะทำความสะอาดเบาะไมโครไฟเบอร์ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับใครหลายๆคน วันนี้ทางบาริโอจะทำให้เป็นเรื่องง่ายกันคะ โดยสิ่งที่คุณต้องใช้ก็จะมีฟองน้ำสีขาว ที่สีไม่ตก แอลกอฮอลล์และแปรงปัดฝุ่น สามารถทำได้โดยฉีดแอลกอฮอลล์ลงบนคราบและถูด้วยฟองน้ำ รอจนแห้ง จากนั้นก็นำแปรงมาปัดแค่นี้คราบก็จะจางหายไป
12. ทำน้ำยาทำความสะอาดซิงค์ด้วยตัวเอง ทำน้ำยาทำความสะอาดอ่างซิงค์ไว้ใช้เองที่บ้านโดยใช้ น้ำยาล้างจาน, น้ำส้มสายชูกลั่น, เบกกิ้งโซดา, ก้อนเกลือ, เลม่อนหรือมะนาว และน้ำแข็ง และที่คุณต้องใช้ผ้าขี้ริ้ว, แปรงสีฟันและฟองน้ำนิ่มๆ อุปกรณ์เยอะไปหน่อยนะคะแต่รับประกันสะอาดหมดจดแน่นอน มาดูขั้นตอนการทำกันเลย ล้างอ้างซิ้งค์ด้วยน้ำเปล่าก่อนหนึ่งรอบ แล้วก็โรยเบคกิ้งโซดาที่เตรียมบนผิวซิ้งค์ ถูแล้วก็ล้างออก เช็ดขอบอ่างด้วยแปรงสีฟันที่ทาเบคกิ้งโซดา
จากนั้นก็วางกระดาษทิชชู่ที่แช่น้ำส้มสายชูมาแล้ววางทิ้งไว้ 20 นาที เอาฟองน้ำชุบน้ำสบู่แล้วก็เช็ดอ่างซิ้งค์ ใส่น้ำแข็ง 2 ถ้วยและเทก้อนเกลือ1ถ้วยลงในสะดืออ่างซิงค์ แล้วก็เปิดน้ำจนกว่าน้ำแข็งจะละลายหายไป จากนั้นก็ใส่เลมอนที่หั่นไว้ครึ่งหนึ่งลงไปในสะดืออ่างซิงค์ เพื่อลดกลิ่นและความสะอาดยิ่งขึ้นแค่นี้ก็ทำให้ซิ้งค์ของคุณสะอาดแถมหมดกลิ่นหมดกังวลกันเลยล่ะค่ะ
13.  ลบรอยปากกาเมจิกด้วยยาสีฟัน ปัญหานี้จะเกิดกับที่มีคุณลูกที่ชอบสร้างจิตกรรมบนฝาผนัง แต่เด็กนะคะอย่าไปขัดเค้าเลยค่ะเดี๋ยวจะทำให้เค้าไม่พัฒนาซะเปล่าๆวันนี้เรามีวีธีง่ายๆที่จะทำให้คุณหมดกังวลไปได้เลยนั่นก็คือเพียงแค่แต้มยาสีฟันลงบนรอยปากกาและใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดแค่นี้ก็ออกแล้วค่ะไม่ว่าจะเป็นบนผนังหรือโต๊ะไม้ทีนี้คุณแม่ทั้งหลายก็หายห่วงได้แล้วล่ะค่ะ
14. ขจัดคราบบนพรหมด้วยเตารีด คราบบางอย่างไม่สามารถหายไปจากพรมได้ ไม่ว่าจะใช้น้ำยาชนิดไหนก็ตาม แต่ยังมีวิธีแก้ปัญหานี้อยู่ง่ายๆเพียงแค่พ่นน้ำยาเช็ดกระจกบนคราบ จากนั้นก็วางผ้าลงไปแล้วก็รีดด้วยเตารีดจนกว่าคราบจะหายไปแค่นี้ก็จะทำให้คราบบนพรมสวยๆของคุณหายไปและดูใหม่เหมือนเดิม
15. ล้างเครื่องเงินด้วยเบกกิ้งโซดา ทั้งเกลือและเบกกิ้งโซดานิยมใช้ในการทำผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดแบบโฮมเมดดังนั้นเราเลยนำทั้งสองมาดัดแปลงโดยสามารถนำทั้งสองมาผสมกันจะทำให้ได้เป็นน้ำยาทำความสะอาดเครื่องเงินได้ดีเลย ผสมทั้งสองอย่างในปริมาณที่เท่าๆกัน และนำมาเช็ดเครื่องแค่นี้คุณก็ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อน้ำยาเช็ดเครื่องเงินแพงๆกันแล้ว
16. อบฟองน้ำด้วยไมโครเวฟ ฟองน้ำล้างจานเป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคหลายคนที่ไม่มั่นใจถึงความสะอาดเรามาทำความสะอาดฟองน้ำกันโดยนำฟองน้ำไปอบในไมโครเวฟแค่5นาที จะทำให้เชื้อโรคบนฟองน้ำทนความร้อนไม่ได้และหายไปโดยสิ้นเชิง แค่นี้เราก็หมดกังวลเรื่องเชื้อโรคบนฟองน้ำล้างจานกันได้แล้ว
17. ทำความสะอาดที่คัดกรองเศษอาหารในอ่างซิงค์ด้วยก้อนน้ำแข็งเลม่อนและน้ำส้มสายชู นี่คือวิธีธรรมชาติในการทำความสะอาดตัวคัดเศษอาหาร ที่ต้องใช้เลม่อนสด 3-4 ลูกและน้ำส้มสายชูขาว 1 ช้อนชา หั่นเลม่อนเป็นชิ้นเล็กๆ และวางลงในถาดทำน้ำแข็ง แล้วเติมน้ำส้มสายชูขาวลงไป แช่ไว้ให้เป็นน้ำแข็ง ใส่น้ำแข็ง 1 ก้อนลงในที่คัดเศษอาหารทุกคืนเพียงเท่านี้ก้อนน้ำแข็งก็จะทำความสะอาดที่คิดเศษอาหารในอ่างซิงค์โดยอัตโนมัติเพียงแค่นี้กลิ่นและคราบสกปรกก็จะหายไป
18.  กำจัดคราบตะกอนหินปูนด้วยน้ำส้มสายชู คุณจะพบเห็นคราบลักษณะได้บ่อยๆตามก๊อกน้ำ หรือที่อื่นๆ คุณสามารถกำจัดคราบพวกนี้ออกได้ง่ายๆด้วยน้ำส้มสายชู ถ้ามันมีผิวแบนราบ เทน้ำส้มสายชูแล้วแช่ไว้ประมาณ 20 นาที สำหรับก๊อกน้ำ และเช็ดออกได้สะอาดง่ายดาย หรือคุณสามารถใช้กระดาษทิชชู่แช่น้ำส้มสายชูและนำมาเช็ดคราบตะกอนหินปูนออกเพียงแค่นี้ก็ทำให้คราบหินปูนหายไปและสะอาดเหมือนใหม่อย่างเดิม
19. ดับกลิ่นเหม็นในห้องน้ำ ใช้ห้องน้ำไปนานๆ ไม่ว่าบ้านไหนๆ ก็จะต้องมีกลิ่นน่ารังเกียจโชยออกมาจากชักโครก ให้คุณละลายเกลือเม็ดใหญ่ในน้ำ 2-3 ลิตรจนน้ำเค็มจัด จากนั้นนำไปราดที่โถส้วม ทิ้งไว้สักครู่หนึ่งกลิ่นที่น่ารังเกียจก็จะหายไป
20.  ดับกลิ่นขยะ คุณสามารถลดกลิ่นขยะที่อยู่ในถังขยะทั้งภายในและภายนอกบ้านได้ โดยใช้กระดาษหนังสือพิมพ์เก่าๆ รองไว้ใต้ถังขยะหรือถุงดำก่อนจะทิ้งขยะลงไป กระดาษหนังสือพิมพ์จะช่วยดูดซับกลิ่นขยะไว้ได้มากทีเดียว เมื่อเปิดฝาทิ้งขยะครั้งต่อไป เพียงเท่านี้กลิ่นต่างๆก็จะไม่มารบกวนให้รำคาญใจได้อีก
เคล็ดลับสุดเจ๋ง ที่นักเดินทางงบน้อยต้องอ่าน
1. วางแผนวันเดินทางให้ยืดหยุ่น
เพราะการระบุวันเดินทางให้หลวม ๆ ไว้นั้นอาจจะทำให้คุณได้ตั๋วเครื่องบินหรือที่พักที่มีราคาถูกลงมามากกว่า 20%  โดยเราอาจจะใช้ตัวช่วยอย่าง Google’s flight search มาช่วยเปรียบเทียบราคาของตั๋วเครื่องบินในวันที่เราต้องการกับวันอื่น ๆ ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งมันจะแสดงราคาที่ดีที่สุดมาให้ ทำให้เรามีทางเลือกในการตัดสินใจมากขึ้น
2. จองตั๋วเครื่องบินในช่วงเวลาที่คนอื่นไม่ต้องการ
มีหมายความว่าถ้าต้องการไปเที่ยวแบบประหยัดค่าตั๋วเครื่องบินขึ้นมาอีกนิด ควรที่จะจองตั๋วเครื่องบินไฟลท์ที่ออกจากสนามบินนั้น ๆ หลังจากเก้าโมงเช้าไปแล้วและให้ถึงที่หมายในเวลาเช้าตรู่ ซึ่งตั๋วเครื่องบินในช่วงเวลานี้จะถูกกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ รวมทั้งควรดูวันเดินทางเป็นวันอังคารหรือวันพุธ เพราะสายการบินต่าง ๆ มักจะเสนอที่นั่งที่มีราคาถูกให้นักเดินทาง เพื่อเป็นการกระตุ้นยอดขายในช่วงเวลาดังกล่าวนั่นเอง แต่ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์จริง ๆ การเดินทางในวันเสาร์จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
3. หาข้อมูลก่อนการจองที่นั่งบนเครื่องบิน
เพื่อให้คุณได้ที่นั่งที่ดีสุดให้คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไป ก็ควรศึกษาข้อมูลแผนผังที่นั่งกันสักนิด เพราะแต่ละไฟลท์จะใช้เครื่องบินโดยสารคนละประเภท ทั้งลำเล็ก ลำใหญ่ ทำให้มีที่นั่งแตกต่างกันไป บางคนชอบนั่งใกล้ทางเดิน บางคนชอบริมหน้าต่าง บางคนชอบนั่งส่วนหางเครื่องบิน ติดกับห้องน้ำ ซึ่งถ้าเป็นเครื่องบินลำใหญ่นั้นจะมีห้องน้ำทั้งกลางลำ ท้ายลำ และมักจะมี 3 แถว คือ โซนด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง และโซนตรงกลาง การศึกษาถึงแผนผังของเครื่องบินจะช่วยให้เราสามารถเตรียมตัวเพื่อการนั่งอยู่บนเครื่องบินได้อย่างสะดวกสบายที่สุด
4. จองตั๋วเครื่องบินไป-กลับแทนที่จะจองแค่ One way
หลายคนคงตั้งคำถามว่าจะจองตั๋วแบบ Round-Trip ไปเพื่ออะไร เมื่อต้องการเพียงแค่การเดินทางรอบเดียวเท่านั้น คำตอบก็คือคุณอาจจะได้ราคาที่ถูกกว่าการจองตั๋วแบบไปเที่ยวเดียวก็ได้ ลองสังเกตดูสิว่าตั๋วแบบไป-กลับมักจะเสนอราคาที่พอ ๆ กับตั๋วไปเที่ยวเดียว หรืออาจจะแพงกว่านิดหน่อย แต่เราก็สามารถที่จะทิ้งตั๋วเที่ยวกลับได้ถ้าหากว่าเราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องบินกลับ แล้วทำเรื่องขอคืนเงินจากทางสายการบิน ซึ่งต้องศึกษาถึงข้อกฎระเบียบการยกเลิกตั๋วเครื่องบินของแต่ละสายการบินให้ดีว่าจะได้เงินคืนไหม ถ้าได้จะได้เท่าไร อยู่ในราคาที่ถูกกว่าการจองตั๋วเที่ยวเดียวหรือไม่ ซึ่งก็มีนักเดินทางหลายคนที่เลือกใช้วิธีนี้เพื่อการประหยัดเงิน โดยพวกเขาเรียกมันว่า Throwaway Ticketing ใครจะทำตามวิธีนี้ได้จำเป็นต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ยิบ
5. เลือกเที่ยวบินที่มีการหยุดพักที่เมืองอื่น ๆ
ตั๋วเครื่องบินในเที่ยวบินที่ไม่มีการหยุดพักยังเมืองอื่น ๆ หรือหยุดพักเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมง มักจะมีราคาแพงกว่าเที่ยวบินที่มีการหยุดพักนาน ๆ ค่อนข้างมาก บางสายการบินถูกกว่าครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว หากคุณมีเงินเพียงน้อยนิดแต่มีเวลาเหลือเฟือก็ไม่ควรมองข้ามเที่ยวบินในแบบดังกล่าว ซึ่งการแวะพักที่สนามบินอื่น ๆ ก่อนไปถึงที่หมายนั้นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เพราะแต่ละสนามบินก็มักมีสิ่งอำนวยความสะดวกไว้ให้ครบครัน สามารถนอนพักได้อย่างสะดวกสบายไร้กังวล เพียงแต่ต้องระวังอย่าใช้จ่ายเงินไปกับการช้อปปิ้งใน Duty Free ในสนามบินโดยเด็ดขาด คุณก็จะประหยัดเงินไปได้เยอะเลยทีเดียว
6. ลองวางแผนทริปตามเงินในกระเป๋าก่อนการเลือกที่หมาย
ทุกคนต่างมีความฝันว่าอยากไปเยือนที่นั่นที่นี่ แต่มีเงินในกระเป๋าไม่พอกับการไปเที่ยวยังที่นั้น ๆ ถ้าอย่างนั้นลองมาเลือกสถานที่ที่อยู่ในงบประมาณกันบ้างสิ เพราะมันอาจจะทำให้คุณได้พบเจอกับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่สุดเหลือเชื่อก็เป็นได้ ซึ่งสายการบินต่าง ๆ รวมทั้งโรงแรมก็มักจะมีโปรโมชั่นลดราคาออกมาอยู่เรื่อย ๆ เช่น สายการบินนี้ลดราคาตั๋วเครื่องบินไปเยือนประเทศในแถบเอเชีย ก็ลองไปเที่ยวประเทศนั้น ๆ ดูก็ได้ ซึ่งมันก็จะทำให้คุณได้พบเจอกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่คาดไม่ถึง ที่สำคัญประหยัดตังค์ในกระเป๋า ไม่ต้องไปเป็นหนี้บัตรเครดิตอีกด้วย
7. เลือกใช้บริการเอเจนซี่
บางทีการใช้บริการเอเจนซี่ก็ทำให้เราได้ราคาตั๋วเครื่องบินหรือที่พักที่ประหยัดกว่าการจองเองเสียอีก ซึ่งการดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นหรือการรับข้อมูลข่าวสารของเอเจนซี่ต่าง ๆ ผ่านอีเมลก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะถือว่าเป็นทางเลือกดี ๆ ที่อาจจะทำให้เรามีเงินเหลือเยอะขึ้นจากการไปท่องเที่ยว หรือเมื่อไปถึงยังที่หมายแล้วลองใช้บริการทัวร์ท้องถิ่นก็จะช่วยประหยัดเวลาและเงินในบางส่วนด้วย เพราะอย่าลืมว่าการเดินทางท่องเที่ยวในบางเมืองนั้นจำเป็นต้องเสียเงินไปกับค่าโดยสารรถไฟฟ้าหรือแท็กซี่ อีกทั้งค่าอาหารอีกด้วย บางทัวร์นั้นเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวรอบเมือง มีทั้งไกด์ มีคนขับรถพาไปถึงที่หมาย มีอาหารกลางวัน ซึ่งพอมาเปรียบเทียบราคาที่ต้องเดินทางเองแล้ว ก็ถือว่าคุ้มค่ากว่ามาก ๆ เพราะฉะนั้นอย่ามองข้ามบริษัททัวร์และเอเจนซี่ต่าง ๆ เด็ดขาด
8. ใช้สิทธิประโยชน์จากสิ่งต่าง ๆ เพื่อส่วนลดราคา
จงอย่าลืมว่าสถานะบางอย่างในตัวคุณก็อาจจะนำไปใช้ในการแลกเปลี่ยนและส่วนลดสินค้าต่าง ๆ ได้ อาทิเช่น สถานะนักเรียน สถานะทางราชการ สถานะทางทหาร หรือแม้กระทั่งลูกค้าของธนาคารบางแห่ง ถ้าคุณไม่มั่นใจว่าสิ่งที่คุณถือสิทธิ์ครอบครองอยู่นั้นสามารถนำไปใช้ในการเป็นส่วนลดของราคาตั๋วเครื่องบิน รถไฟ รถโดยสาร ห้องพัก ร้านอาหารต่าง ๆ ได้หรือไม่ จงอย่าอายที่จะถาม ปัจจุบันมีช่องทางให้ติดต่อกับบริษัทเหล่านี้มากมาย อาทิ ทางโทรศัพท์ อีเมล เป็นต้น
9. จองตั๋วโดยสารของการเดินทางประเภทต่าง ๆ ล่วงหน้า
วิธีนี้จะช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าคุณได้มากถึง 10% เพราะสายการบิน รถไฟ รถทัวร์ต่าง ๆ มักจะออกมาเสนอราคาสุดพิเศษไว้สำหรับการจองล่วงหน้านาน ๆ โดยเฉพาะสายการบินที่มีราคาที่นั่งสุดประหยัดให้ได้เลือกสรรอยู่ตลอด หากไปจองใกล้กับช่วงเวลาที่จะเดินทางรับรองได้เลยว่ากระเป๋าคุณฉีกแน่
10. เคลียร์ประวัติการเข้าชมอินเทอร์เน็ตก่อนที่จะจองสิ่งใด ๆ บนโลกออนไลน์ UFABET
ถ้าคุณมีการเข้าชมเว็บไซต์ใดซ้ำกันไปมามันอาจจะไปแสดงอยู่ในประวัติการเข้าชมของเครื่องคอมพิวเตอร์ของคุณได้ ซึ่งนั่นจะเป็นช่องทางให้แหล่งขายสินค้าหรือตั๋วโดยสารหรือที่พักในโลกออนไลน์ใช้เป็นโอกาสในการเสนอสิ่งที่เราไม่ต้องการหรือขึ้นราคาตั๋วและห้องพัก จงกำจัดข้อมูลเหล่านี้ออกไปเสียก่อนที่จะทำการจองหรือใช้หน้ากูเกิลโครมแบบไม่ระบุตัวตนก็จะช่วยคุณประหยัดเงินได้เช่นกัน
11. ติดตามเว็บไซต์ของระบบการขนส่งทุกประเภท รวมถึงเว็บไซต์ท่องเที่ยว
ไม่ต้องลังเลที่จะสมัครรับข่าวสารออนไลน์จากบริษัททัวร์ สายการบิน หรือองค์กรที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว เพราะบางครั้งคุณอาจจะได้สิทธิพิเศษง่าย ๆ โดยไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มเติมหรือได้รับมันมาแบบฟรี ๆ ซึ่งเว็บไซต์ต่าง ๆ มักจะมีการเล่นเกมแจกของรางวัลกันอยู่เรื่อย ๆ อีกด้วย โอกาสทองรอคุณอยู่ทุกเมื่อ อย่าปล่อยให้โอกาสเหล่านี้หลุดลอยไป คลิกเข้าไปสมัครกันได้เลย
12. ใช้เว็บไซต์ตัวช่วย
ปัจจุบันมีเว็บไซต์จำนวนมาก ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการท่องเที่ยว การเดินทาง ที่พัก แบบเจาะลึก มีการเปรียบเทียบราคาให้เสร็จสรรพ รวมทั้งรีวิวถึงสถานที่นั้น ๆ โรงแรม ร้านอาหารต่าง ๆ ไว้อย่างละเอียดถี่ยิบ เป็นตัวช่วยที่ดีมาก ๆ ในการเก็บข้อมูลก่อนการเดินทาง เพื่อให้เกิดข้อผิดพลาดระหว่างเดินทางให้น้อยที่สุด ที่สำคัญไม่ควักเงินในกระเป๋ามากมายอีกด้วย
13. เช็กค่าธรรมเนียมโดยตรงจากเว็บไซต์ทางการ
หากคุณเลือกที่จะจองตั๋วเครื่องบิน ตั๋วรถไฟ โรงแรมที่พัก หรืออะไรก็ตามแต่ผ่านเว็บไซต์เอเจนซี่ จงเช็กให้แน่ใจในเว็บไซต์ทางการของการบริการเหล่านั้นว่าค่าธรรมเนียมที่คุณจะต้องจ่ายจริง ๆ นั้นมีอะไรบ้าง หากมีการยกเลิกเปลี่ยนแปลงวันเวลา หรือยกเลิกการเดินทางจะต้องทำอย่างไร เสียค่าธรรมเนียมมากน้อยแค่ไหน และจงบันทึกข้อปฏิบัติเหล่านั้นไว้เป็นหลักฐานในกรณีที่ข้อตกลงไม่เป็นไปตามที่ได้แจ้งไว้เบื้องต้น เพราะหากมีเหตุการณ์ที่เราไม่สามารถควบคุมได้ระหว่างการเดินทาง ประโยชน์จากตรงนี้จะทำให้เราเสียเงินน้อยที่สุด
14. คลิกไปที่เว็บไซต์ของสนามบินปลายทาง
ในบางครั้งคุณอาจจะหาตั๋วในราคาที่ถูกใจไม่ได้จากสายการบินหรือระบบการขนส่งอื่น ๆ เพื่อไปเยือนยังเมืองในฝันของคุณ การเข้าไปค้นหาข้อมูลในเว็บไซต์ของสนามบินปลายทางก็อาจจะช่วยคุณได้ เพราะที่นั่นจะเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลของสายการบินทุกสายการบินที่จะไปลงที่นั่น มันก็จะช่วยให้คุณพบช่องทางในการเดินทางมากขึ้น เพราะบางครั้งสายการบินต้นทุนต่ำมักจะไม่ได้อยู่ในลิสต์ของสายการบินระหว่างประเทศใหญ่ ๆ หรือเอเจนซี่มากนัก และนี่ก็เป็นอีกช่องทางที่จะทำให้คุณประหยัดเงินได้
15. พิมพ์คำว่า “ลดราคา” ลงไปในคำค้นหา
เมื่อต้องการสิ่งที่ถูกที่สุดก็ต้องค้นหาให้ตรงเป้าหมาย บางครั้งอาจจะไม่ใช้คำว่าลดราคาโดยตรงก็ได้ อาจจะใช้คำว่า โปรโมชั่น, กิฟต์ วอชเชอร์, ถูกสุด ๆ, ราคาถูก และคูปอง ฯลฯ ลงไปในคำค้นหาในหน้าอากู๋ เพื่อให้เกิดตัวเลือกและข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งมาให้ได้ศึกษา เท่านี้คุณก็จะได้ราคาตั๋วของระบบการขนส่งหรือโรงแรมที่พักที่น่าพอใจแล้ว
16. พักแบบแบ็คแพ็กเกอร์
ถ้าหากต้องการที่จะประหยัดเงินระหว่างการเดินทางจริง ๆ ก็ลองมองข้ามการนอนโรงแรมดี ๆ ไปสักนิด เพราะตอนนี้มีที่พักหลากหลายประเภทให้ได้เลือกสรร โดยเฉพาะกลุ่มโฮสเทลที่บางแห่งมีการออกแบบ จัดสรร และบริการอย่างดีเยี่ยมไม่แตกต่างจากโรงแรมดี ๆ เลย การพักโฮมสเตย์ก็เป็นทางเลือกที่ดีไม่ใช่ย่อย นอกจากจะให้ความรู้สึกเหมือนการนอนพักที่บ้านแล้ว ยังได้เรียนรู้วัฒนธรรมและใกล้ชิดกับคนท้องถิ่นอีกด้วย หากอยากจะผจญภัยอีกนิดก็ตั้งแคมป์นอนไปเลย บางสถานที่มีที่ให้พักกางเต็นท์พร้อมกับอุปกรณ์การกางเต็นท์อย่างครบครัน ซึ่งการพักแบบที่กล่าวไปข้างต้นนี้ล้วนมีราคาที่ถูกกว่าการพักในโรงแรมแน่นอน
17. รู้ไว้เลยว่าพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ มี Free Days
ใช่แล้ว ! พิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ๆ ของเมืองท่องเที่ยวต่าง ๆ มักจะมีวันที่ให้สามารถเข้าเยี่ยมชมได้แบบฟรี ๆ เพียงแต่ต้องหาข้อมูลว่าในช่วงเวลาที่คุณเดินทางไปนั้นพิพิธภัณฑ์และสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ มีสิทธิพิเศษในการให้เข้าชมอย่างไรบ้าง นอกจากนี้บางแห่งยังเปิดให้เข้าชมฟรีอีกต่างหาก เห็นไหม คุณก็ไปเที่ยวแบบมีเงินน้อยนิดได้เช่นกัน
ถ้าหากว่าคุณเดินทางไปเที่ยวในที่นั้น ๆ เป็นครั้งแรกขอแนะนำเลยว่าให้บันทึกภาพแผนที่และข้อมูลต่าง ๆ ไว้ในโทรศัพท์มือถือ เพราะคุณอาจจะเป็นผู้หลงทางคนหนึ่งก็ได้ เพื่อเป็นการช่วยให้คุณหลุดพ้นจากการหลงทาง ซึ่งบางแห่งนั้นคุณไม่สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ วิธีนี้จะเป็นการป้องกันตัวที่ดีและเสียเงินน้อยที่สุด อีกทางหนึ่งที่จะช่วยคุณก็คือการถามคนท้องถิ่น มันอาจจะดูยากหากภาษาของคุณไม่ดีพอ แต่ก็ช่วยให้คุณรอดตายได้เช่นกัน
19. ใช้การขนส่งสาธารณะ
ถ้าไม่ต้องคำนึงถึงความสะดวกสบายมากนัก การเลือกใช้ระบบการขนส่งสาธารณะจะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้เยอะมาก ๆ บางเมืองจะมีตั๋วรถที่สามารถให้คุณใช้ได้กับทั้งรถบัส รถไฟฟ้า ในเวลาที่จำกัด แต่จ่ายเพียงครั้งเดียว มันก็ประหยัดเงินได้เยอะเลยเชียวล่ะ บางเมืองมีตั๋วเป็นแบบรายวัน รายเดือน ก็คำนวณการเดินทางกันเอาว่าจะเดินทางบ่อยมากน้อยแค่ไหน ซื้อตั๋วแบบไหนคุ้มค่ากว่ากัน คุณก็จะควบคุมเงินได้เยอะขึ้น
20. ถีบจักรยานเที่ยวเมือง
อีกหนึ่งตัวเลือกที่ดีมาก ๆ สำหรับการเดินทางหากคุณกำลังจะไปเยือนประเทศในฝั่งยุโรปก็คือ จักรยาน ในเมืองหลายเมืองจะมีร้านให้เช่าจักรยานเพื่อการท่องเที่ยวรอบเมือง ซึ่งพอคิดคำนวณถึงค่าเช่าต่อวันกับการเดินทางประเภทอื่น ๆ นั้นก็ไม่ได้ต่างกันมากมาย แถมการใช้จักรยานท่องเที่ยวก็ทำให้คุณได้สัมผัสอรรถรสของเมืองนั้น ๆ อย่างเต็มที่อีกทั้งยังแทรกตัวไปยังตรอกซอกซอยต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดายด้วยนะ
21. ท่องเที่ยวด้วยเท้าของเราเอง
เมืองบางเมืองในต่างประเทศมีภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เอื้ออำนวยต่อการเดินเที่ยวมาก ๆ หากไม่ต้องการจ่ายเงินไปกับค่าเดินทาง การเดินชมเมืองก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่นักเดินทางงบน้อยเลือกใช้กัน เพราะนอกจากจะไม่เปลืองตังค์แล้วยังได้เดินดูสิ่งต่าง ๆ รอบ ๆ เมืองอีกด้วย
22. ไม่ต้องเสียเงินซื้อที่ชาร์จโทรศัพท์หากลืมไว้ที่บ้าน

การลืมที่ชาร์จแบตเตอรี่โทรศัพท์หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แต่จะบอกให้เบาใจกันสักนิดว่าเกือบทุกโรงแรมจะมีสิ่งเหล่านี้สำรองไว้ให้ลูกค้า อย่าเพิ่งตัดสินใจซื้อชิ้นใหม่เมื่อรู้ตัวว่าลืมมันไว้ที่บ้าน จงเดินเข้าไปถามที่เคาน์เตอร์ของโรงแรมเสียก่อน คุณจะได้ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ถ้าให้ดีที่สุดก็จงอย่าลืมมันดีกว่า

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *