สภาตลาดทุน FETCO ค้านการเก็บภาษีขายหุ้น ในปี 2565

FETCO เตรียมส่งหนังสือชี้แจงกระทรวงการคลัง ค้านเก็บภาษีขายหุ้น (Financial Transaction tax) 0.1% ชี้ได้ไม่คุ้มเสีย ทำสภาพคล่องหด ขณะที่ตลท. ขอให้พิจารณาอัตราภาษีขายหุ้น – ธุรกรรม ที่เหมาะสม หวั่นทำให้ต้นทุนนักลงทุนสูงขึ้น – กระทบวอลุ่มตลาด ด้านสรรพากร เปิด 3 โมเดลศึกษาก่อนเรียกเก็บ ยืนยันนักลงทุน 85% ไม่ได้รับผลกระทบ

*** FETCO จ่อส่งหนังสือถึงคลัง ค้านเก็บภาษีขายหุ้นปี 65

นาย ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ ที่ประชุม ธุรกิจ ตลาดทุนไทย (FETCO) เจาะจง ถึง ในกรณีที่ กระทรวงการคลัง จัดแจง พินิจพิเคราะห์ จัดเก็บภาษี การจัดเก็บภาษี จากแนวทาง การขายหุ้น ในตลาดหุ้น (Financial Transaction tax) ในปี 65 ว่า FETCO จัดแจง ส่งหนังสือ ไปอธิบาย กระทรวงการคลังเพิ่ม ไม่เห็นด้วย ในกรณีที่คลังเก็บของ ตระเตรียม เก็บภาษี ขายหุ้นใน ปี 65 อัตรา 0.1% ของราคาขาย เกิน 1 ล้าน ต่อเดือน

ในส่วนของ FETCO ที่ไม่เห็นด้วย ดังกล่าว ซึ่งในส่วนของรายละเอียดจะต้องมีการหารือกับที่ประชุม FETCO กันอีกครั้ง

ทั้งนี้ FETCO มองว่า การขึ้นภาษี ดังกล่าว อาจส่งผลเสีย มากกว่าได้ประโยชน์ เนื่องจาก ตลาดทุนไทย ยังอยู่ในช่วงของการพัฒนา ซึ่งปัจจุบัน มีสัดส่วน นักลงทุน ยังน้อยเพียงประมาณ 2 ล้านราย และทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับต่ำ จึงจำเป็น ต้องกระตุ้น ให้ประชาชน มาออมในตลาดทุน เพิ่มมากขึ้น ซึ่งนโยบายดังกล่าว อาจเป็นผลเสีย ต่อเรื่องการออม ของประชาชน ในอนาคต

ส่วนเรื่องผลกระทบ ต่อตลาดหุ้น มองว่า ปัจจุบัน อาจเห็นปริมาณการซื้อขาย (วอลุ่ม) ที่ค่อนข้างสูง ซึ่งส่วนหนึ่ง เป็นผลมาจากกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศ ที่ใช้โปรแกรม การซื้อขายหุ้น หรือเข้ามาเทรดกันเอง เป็นส่วนมาก ซึ่งหากมีการจัดเก็บภาษีดังกล่าว เชื่อว่า ต้นทุน ของเขาจะสูงขึ้น เป็นเท่าตัว และจะทำให้เกิดการซื้อขาย ที่ลดน้อยลง รวมถึง อาจกระทบ ต่อสภาพคล่อง โดยรวมของตลาดหุ้นไทย ให้ลดลง ตามไปด้วย

สภาตลาดทุน FETCO
สภาตลาดทุน FETCO

  ”เรายังอยู่ในช่วงของการพัฒนาตลาดทุนเพื่อช่วยให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) มีช่องทางเข้ามาระดมทุนหรือเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงยังช่วยลดภาระภาคธนาคารพาณิชย์ที่ภาครัฐอาจต้องมาอุ้มชู จึงเชื่อว่าการใช้ตลาดทุนในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและธุรกิจ SME น่าจะดีกว่าที่จะมีการเข้ามาจัดเก็บภาษี เพราะสิ่งที่ทำอาจได้ไม่คุ้มเสีย” นายไพบูลย์ กล่าว

*** ตลท.วอน การคลัง พิจารณา อัตราภาษี – ธุรกรรมที่เหมาะสม

คุณภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า กรณีที่กระทรวงการคลังเตรียมพิจารณาจัดเก็บภาษีการจัดเก็บภาษีจากการขาย หุ้น (Financial Transaction tax) ในปี 65 ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นนโยบายของทางภาครัฐที่มองว่าปัจจุบันมีความจำเป็นที่จะต้องมีการจัดเก็บภาษีดังกล่าว เพราะว่าได้ถูกยกเว้นมาหลายปีแล้วและตอนนี้ภาครัฐมีความจำเป็นที่จะต้องใช้เม็ดเงินภาษีเพื่อมากระตุ้นเศรษฐกิจ

ซึ่งเรื่องนี้ตลท.ได้รับทราบและให้ข้อมูลการวิเคราะห์กับผู้กำกับภาครัฐทั้งกระทรวงการคลังและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปแล้ว

ทั้งนี้ ในมุมมองว่าภาษีดังกล่าวเป็นนโยบายภาครัฐ โดยสิ่งที่ตลท.อยากเสนอหรือฝากให้ภาครัฐพิจารณาคือจะทำอย่างไรที่จะทำให้กระทบกับ นักลงทุนให้เหมาะสมเพราะการจัดเก็บภาษีดังกล่าวถ้าเก็บตามปริมาณการซื้อขายหรือตามหลักบางอย่างจะสามารถควบคุมให้ไม่กระทบกับปริมาณนักลงทุนได้มาก

อีกทั้งอัตราภาษีที่จะใช้ถ้าเป็นอัตราภาษีที่เหมาะสมและไม่ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของตลาดทุนไทยแตกต่างจากตลาดทุนอื่นๆที่เป็นคู่แข่งหรือที่ใช้เป็นมาตรฐานก็ถือเป็นเหตุผลที่ควรจะใช้มาพิจารณา

ขณะที่ หากมีนโยบายดังกล่าวสิ่งที่อยากจะพิจารณา 2 เรื่อง ได้แก่ 1.จำนวน Transaction (ธุรกรรม) ที่จะเริ่มมีการเก็บภาษี ซึ่งจะเป็นการเก็บภาษีแบบใดขึ้นกับการขายหรืออย่างไร และ2.มีปริมาณอัตราเปอร์เซ็นของค่าภาษีสอดคล้องกับความสามารถในการจ่ายของนักลงทุนอย่างไรบ้าง ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่อยากจะฝากกระทรวงการคลังไว้ ufabetblogs

ยิ่งกว่านั้น การจัด เก็บภาษี จะก่อให้เงินลงทุน ของนักลงทุน สูงมากขึ้น ซึ่งแน่ ๆ ว่า จะมีนักลงทุนสูงมากขึ้น บางจำพวก ที่ได้รับผลพวง

โดยเฉพาะ ที่เป็น กรุ๊ปเทรดดิ้ง อีกทั้ง นักลงทุน ในประเทศ และก็ต่างแดน ที่ซื้อขาย แลกเปลี่ยนเร็ว ด้วยการหวัง ผลกำไร ระยะสั้น คงส่งผลกระทบ

โดยน่าจะต้อง คอยตีราคา ให้ของทรัพย์สิน ของ ตราสาร ขยับเขยื้อน มากยิ่งกว่าเดิม ถึงจะมีการค้าขาย

เพราะฉะนั้นจะมีการกระทบต่อวอลุ่มการซื้อขายของตลาดแน่นอน จากปัจจุบันที่ตลาดมีมูลค่าการซื้อขายที่ราว 9 หมื่นล้านบาทต่อวัน ซึ่งยังคงสูงเป็นอับดับ 1 ในภูมิภาคเอเซียน

“เราขอให้ภาครัฐช่วยพิจารณาคิดอัตราการจัดเก็บภาษีที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดผลกระทบกับนักลงทุนไม่มากนัก ซึ่งส่วนที่จะจัดเก็บควรไม่ส่งผลให้ต้นทุนของตลาดเราต่างจากตลาดหุ้นประเทศอื่นๆในโลกมากนัก” นายภากร กล่าว

*** สรรพากร เปิด 3 โมเดลเก็บภาษีขายหุ้น

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร ยอมรับว่า ขณะนี้กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง อยู่ระหว่างการพิจารณาการเรียกเก็บภาษีดังกล่าว โดยจะพิจารณาหลายปัจจัยประกอบ โดยเฉพาะเงื่อนไขเวลาที่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า การเรียกเก็บภาษีดังกล่าวนั้น ประชาชน 85% หรือ นักลงทุนรายย่อยจะไม่ได้รับผลกระทบแน่นอน

สำหรับในการเรียน การเรียก ก็บ แบบ Financial Transaction Tax นั้น มี 3 โฆเดลเป็น 1. แนวทางการขายหุ้น ในตลาด ฯ 1ล้าน บาทต่อเดือน 2. แนวทางการขายหุ้น ในตลาด ฯ 1.5 ล้าน บาท ต่อเดือน แล้วก็ 3. แนวทางการขาย หุ้นในตลาด ตั้งแต่ 2 ล้านบาท / เดือน ขึ้นไป โดยในตรากฎหมายเดิมนั้นกำหนดไว้ว่า การ ซื้อขายหุ้น ในตลาดฯ 1 ล้านบาทขึ้นไป จำเป็นต้อง เสียภาษีอากร ใน อัตรา 0.1% ของค่ขาย แต่ว่าปัจจุบันนี้ ยังได้รับการงดเว้น

“ปัจจุบัน กรมสรรพากร ได้ศึกษา ภาษี ทั้งสองส่วน คือ ภาษี ที่ได้กำไร จากการขาย หลักทรัพย์ (capital gain) ซึ่งหากจะเรียกเก็บจากส่วนนี้จะต้องตรากฎหมายขึ้นมาใหม่ หรือแก้ไขกฎหมายเพิ่มเติม แต่สำหรับ Financial Transaction Tax นั้นมีประมวลรัษฎากรกฎหมายภาษีของกรมสรรพากรอยู่แล้ว แต่ได้รับการยกเว้นมาตั้งแต่ปี 34 ซึ่งการหยิบยกกฎหมายนี้ขึ้นมาก็เป็นไปตามแผนการปฏิรูปภาษี

แต่อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าจะทำเวลาที่เหมาะสม และให้กระทบกับนักลงทุนประชาชนน้อยที่สุด ซึ่งปัจจุบันหลายประเทศมีการเรียกเก็บทั้ง 2 ส่วน หรือบางประเทศก็เรียกเก็บเพียงอย่างเดียว”นายเอกนิติ กล่าว UFABET

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *