วันตรุษจีน คำคุ้นหู ซินเจีย ยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ! วลีติดหูที่เรามักจะได้ยินใน วันขึ้นปีใหม่ของจีน วันนี้นอกจากจะเป็นรวมเหล่าญาติพี่น้องให้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาแล้ว ยังรวมอาหารมงคลอันเป็นความเชื่อของชาวจีนมาเสิร์ฟกันอย่างจุใจ เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ของฟู้ดดี้เลยก็ว่าได้ แต่ละเมนูมีความหมายอย่างไรบ้าง

เปิดมาก็น้ำลายไหลเลย เพราะวันนี้ เราจะพาไปรู้จักของอร่อยกันที่…เมืองจีนกัน ใกล้เทศกาลตรุษจีนแบบนี้ คนไทยเชื้อสายจีนทั้งหลายก็คงต้องเตรียม ไหว้ตรุษจีน ทำความสะอาดบ้าน แต่งกายด้วยชุดใหม่สวยหล่อ ตามเทศกาลธรรมเนียนปฎิบัติกันใช่มั้ยคะ และอีกสิ่งสำคัญก็คือ เรื่องอาหารการกินประจำเทศกาล ซึ่งเป็นอาหารที่ชาวจีนเชื่อว่าทานแล้วจะโชคดี ร่ำรวยเฮง ๆ โดยส่วนมากมักจะเป็นอาหารที่ชื่อมีความหมายมงคล หรือลักษณะที่เป็นมงคลของอาหารนั้น ๆ นั่นเองค่ะ ตรุษจีนนี้เตรียมหามาทานได้เลย
อาหารมื้อสำคัญในวันตรุษจีน เรียกว่า ‘เหนียนเยี่ยฟ่าน (年夜饭)’ คืออาหารค่ำของคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ถือเป็นกิจกรรมสำคัญก่อนวันขึ้นปีใหม่ของชาวจีน โดยมีการจัดพิธีไหว้สักการะบรรพบุรุษ จุดประทัดเพื่อไล่สิ่งชั่วร้ายก่อนกินอาหารมื้อพิเศษนี้
ความหมายหัวใจของ‘เหนียนเยี่ยฟ่าน’ คือเป็นอาหารมื้อใหญ่ที่สมาชิกครอบครัวทุกคนได้มาพบปะพร้อมหน้าพร้อมตาล้อมวงร่วมรับประทานอาหารกัน สมาชิกที่แยกย้ายไปอยู่ต่างถิ่นต่างพยายามกลับมาให้ทันวันส่งท้ายปี แต่หากกลับมาไม่ได้จริง ๆ ครอบครัวจะเว้นที่ว่างพร้อมวางชามและตะเกียบไว้เสมือนหนึ่งว่ามากันครบ หลังจากทาน ‘เหนียนเยี่ยฟ่าน’ เสร็จแล้ว ผู้ใหญ่จะให้ ‘ยาซุ่ยเฉียน (压岁钱)’ หรือที่คนไทยเรียกกันว่า ‘อั่งเปา’ แก่เด็ก ๆ
‘เหนียนเยี่ยฟ่าน’ ประกอบด้วยอาหารหลากหลายให้สมาชิกที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดทั้งปี ได้กินอาหารที่เอร็ดอร่อยอย่างมีความสุขในคืนสุดท้ายของปี
อาหารที่นำมาตั้งโต๊ะใน วันตรุษจีน แต่ละอย่างมีชื่อเรียกที่แฝงไว้ด้วยความหมายสิริมงคล โดยเมนูภาคบังคับ ได้แก่ ‘จี’ (鸡 ไก่) และ ‘อี๋ว์’(鱼 ปลา) คำจีนสองคำนี้เสียงอ่านคล้ายกับ “จี๋” (吉) ที่หมายถึง สิริมงคล กับเสียง “อี๋ว์” (余) ที่แปลว่า มีเหลือล้น จึงถูกนำมาเป็นสัญลักษณ์แทนคำอวยพรในวันปีใหม่ คือ ‘จี๋เสียงหรูอี้’ (吉祥如意) หมายถึง “สิริมงคล-สมปรารถนา” และ ‘เหนียนเหนียนโหย่วอี๋ว์’ (年年有余) หมายถึง มีเงินทองเหลือใช้ทุกปี

 ปลา ปลาในความเชื่อของชาวจีนหมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง ความอุดมสมบูรณ์และความสามัคคีในครอบครัว นิยมกินเป็นมื้อเย็นในวันตรุษจีน สมัยก่อนชาวจีนส่วนใหญ่มักกินปลาในช่วงปลายปีเนื่องจากราคาถูก

ปลากะพงย่างกับซอสแกงเหลืองฟักทอง

ปลาเนื้อสดรสหวานย่างจนหนังกรอบ กินกับแกงเหลืองรสเผ็ดนำเค็มตาม แต่กลมกล่อมด้วยเนื้อฟักทองญี่ปุ่นที่มีรสหวานนิดๆ

ส่วนผสม (สำหรับ 2-4 ที่)

  • ปลากะพงน้ำหนัก 800 กรัม 1  ตัว
  • ต้นกระเทียมส่วนสีขาว   1  ต้น
  • หอมแดง 1/2  หัวใหญ่
  • น้ำพริกแกงเหลือง  1-2 ซ้อนโต๊ะ
  • ฟักทองญี่ปุ่นนึ่ง  1/4-1/2  ถ้วย
  • เกลือและพริกไทยเล็กน้อย
  • น้ำมันพืชเล็กน้อย

เครื่องเคียง

เห็ดพอร์โทเบลโล หอมแดงสับ ผักโขมสองสี เกลือป่น พริกไทยป่น น้ำมันพืช ต้นกระเทียมญี่ปุ่นส่วนสีเขียวหั่นเป็นเส้นคลุกแป้งและทอดกรอบ

วิธีทำ

  1. แล่เนื้อปลาเก็บกระดูกไว้ ทำน้ำสต๊อกปลาโดยผัดต้นกระเทียมกับน้ำมันเล็กน้อย ใส่หอมแดงและกระดูกปลา ใส่น้ำให้พอท่วมต้มนาน 15 นาที แล้วกรอง
  2. ผัดน้ำพริกแกงเหลืองกับน้ำมันเล็กน้อย ใส่เนื้อฟักทองญี่ปุ่น ใช้ไม้พายบี้เนื้อฟักทองให้หยาบตามชอบ เติมน้ำสต๊อกปลา ผัดให้ข้นเป็นซอส ชิมให้มีรสเผ็ดและเค็มนำ มีรสหวานตาม
  3. ปรุงรสเนื้อปลาด้วยเกลือและพริกไทย ย่างปลาบนกระทะใช้น้ำมันเล็กน้อยเอาด้านหนังปลาลงก่อน ทอดไฟอ่อนจนสีสวยแล้วพลิกอีกด้าน (ถ้าปลาชิ้นหนาให้เข้าอบต่อในเตาอบจนสุก)
  4. ผัดเห็ดพอร์โทเบลโลกับน้ำมันเล็กน้อยให้พอสลด ใส่หอมแดงสับ ผักโขม ปรุงรสด้วยเกลือและพริกไทย
  5. เสิร์ฟปลากะพงกับซอสแกงเหลือง เห็ดพอร์โทเบลโลและผักผัด โรยด้วยต้นกระเทียมญี่ปุ่นทอด
วันตรุษจีน ซินเจีย ยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ อาหารมงคลวันปีใหม่จีน
วันตรุษจีน ซินเจีย ยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ อาหารมงคลวันปีใหม่จีน

บะหมี่ เส้นบะหมี่เหนียวนุ่ม เป็นอาหารมงคลยอดนิยมตลอดกาลของคนจีน อันมีความหมายดีๆ ถึงอายุที่ยืนยาว ชาวจีนชอบกินบะหมี่เพื่อฉลองวันเกิด เชื่อกันว่าเส้นยิ่งยาวเท่าไหร่ยิ่งดี

บะหมี่ราดหน้าหอยนางรมและเนื้อปู

เส้นบะหมี่ไข่นำมาลวกให้นุ่มและจี่บนกระทะจนมีกลิ่นหอม ราดน้ำราดที่ทำจากน้ำซุปปรุงรสด้วยซีอิ๊ว น้ำมันหอย และน้ำมันงา ใส่หอยนางรมและเนื้อปูอร่อยเต็มคำ

ส่วนผสม (สำหรับ 4 ที่)

  • บะหมี่ไข่ 2-4 ถ้วย
  • เห็ดหอมแห้งแช่น้ำหั่นเส้น 4 ดอก
  • หอยนางรม 200 กรัม
  • เนื้อปู 200 กรัม
  • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันหอย 2-3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำซุป 1/2-1 ถ้วย
  • แป้งข้าวโพดละลายน้ำ 2-3 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอมหั่นเส้นตามชอบ
  • น้ำมันพืชสำหรับผัดเล็กน้อย

วิธีทำ

ลวกบะหมี่ให้สุก จี่ในกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อยจนมีกลิ่นหอมและเกรียมนิดๆ ตักใส่จาน
ทำน้ำราดหน้าโดยผัดเห็ดหอมกับน้ำมันพืชจนนุ่มและมีกลิ่นหอม ใส่ซีอิ๊วขาว เติมน้ำซุป ใส่น้ำมันหอยและน้ำมันงา ชิมรส ใส่แป้งข้าวโพดละลายน้ำ ผัดให้ข้น ใส่หอยนางรมและเนื้อปู ผัดเร็วๆ ปิดไฟ
ตักน้ำราดบนเส้นบะหมี่ โรยต้นหอม

ปอเปี๊ยะ อาหารเรียกน้ำย่อยโดนใจฟู้ดดี้หลายๆ คน ปอเปี๊ยะสีเหลืองทองนี้เป็นหนึ่งในอาหารมงคลของชาวจีน สื่อความหมายถึง ความร่ำรวย ความมั่งคั่ง มักรับประทานในช่วงเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ โดยเฉพาะในเมืองต่างๆ ที่อยู่ทางภาคตะวันออกของจีน อาทิ เซี่ยงไฮ้ ฝูเจี้ยน กวางโจว และเซินเจิ้น

เกี๊ยว เกี๊ยวที่เราคุ้นเคยกันดีนี่แหละที่เป็นอาหารเก่าแก่ของประเทศจีน ซึ่งมีประวัติยาวนานถึง 1,800 ปีเลยทีเดียว เกี๊ยวมักเสิร์ฟในวันขึ้นปีใหม่ของจีนอยู่แล้ว นิยมรับประทานกันมากตามภาคเหนือของประเทศจีน เกี๊ยวสื่อความหมายถึงความร่ำรวย เงินทองนั่นเอง สามารถสร้างความร่ำรวย ได้ทุก ๆ วันได้ที่ UFABET

เกี๊ยวย่างไส้หมู

ส่วนผสม (สำหรับ 2-4 ที่)

  • แผ่นเกี๊ยวแผ่นกลม 10 แผ่น
  • หมูสับ 300 กรัม
  • เห็ดหอมแห้งแช่น้ำหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก 1/2 ถ้วย
  • แห้วหั่นสี่เหลี่ยมลูกเต๋าเล็ก 1/2 ถ้วย
  • ต้นหอมเฉพาะส่วนสีขาวซอย 1/4 ถ้วย
  • กระเทียมสับ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ
  • โชยุ 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมันพืชและน้ำเปล่าเล็กน้อย
  • งาขาว ใบต้นหอมซอย พริกไทยป่น และซอสเปรี้ยวสำหรับเสิร์ฟ

วิธีทำ

  1. ผัดเห็ดหอมกับน้ำมันพืชเล็กน้อยจนมีกลิ่นหอม ตักขึ้นมาผสมกับหมูสับ ใส่แห้ว ต้นหอม กระเทียม น้ำมันงา และโชยุ
  2. ตักไส้หมูใส่แผ่นเกี๊ยวประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ทาริมแป้งด้วยน้ำเปล่า พับริมให้ติดกัน จับเป็นจีบเล็กน้อย คลุมด้วยผ้าชุบน้ำหมาดๆ พักไว้
  3. ตั้งกระทะใส่น้ำมันเล็กน้อยให้พอร้อน เรียงเกี๊ยวในกระทะ ทอดให้เหลือง เร่งไฟให้แรง ใส่น้ำเปล่าในกระทะเล็กน้อยและปิดฝาทันที ไอน้ำจะทำให้แป้งเกี๊ยวและหมูสุก ตักขึ้นใส่จาน โรยงาขาวและใบต้นหอม
  4. เสิร์ฟพร้อมซอสเปรี้ยวและพริกไทยป่น

นมเข่ง ขนมหวานที่ขาดไม่ได้ในเทศกาลตรุษจีน ที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของวันปีใหม่จีนเลยก็ว่าได้ ขนมเข่งนี้ทำมาจากข้าวเหนียว เนื้อเหนียวนุ่ม ใช้ในพิธีการต่างๆ สื่อถึงความมั่งคั่ง มั่งมีศรีสุข

ขนมเข่งมะพร้าวอ่อน

ขนมเข่ง ขนมเหนียวนุ่มที่ใช้สำหรับไหว้ตรุษจีน จริงๆแล้วทำง่ายสะดวกใช้อุปกรณ์และส่วนผสมน้อย ทั้งหอมมันกลมกล่อมกินได้ตลอดปี

ส่วนผสม (จำนวน 12-15 กระทง)

  • แป้งข้าวเหนียว 250 กรัม
  • น้ำมะพร้าว 1 ถ้วย
  • มะพร้าวอ่อนขูดเป็นชิ้น 2 ผล
  • น้ำตาลทราย 250 กรัม
  • เกลือป่น 1/4 ช้อนชา
  • กระทงใบตองแห้ง

วิธีทำ

  1. ล้างกระทงใบตองให้สะอาด พักไว้ให้แห้ง ทาน้ำมันพืชให้ทั่ว เรียงในลังถึงเตรียมไว้
  2. ใส่แป้งข้าวเหนียวลงในชามผสม ใส่น้ำตาลและเกลือ คนให้เข้ากัน
  3. ค่อยๆ ใส่น้ำมะพร้าว นวดให้เข้ากันจนน้ำตาลเริ่มละลายและหมดน้ำมะพร้าว
  4. ใส่เนื้อมะพร้าวอ่อน คนให้เข้ากัน
  5. ตักแป้งขนมเข่งใส่กระทงที่เตรียมไว้ ตั้งไฟแรงน้ำเดือด นึ่งประมาณ 35-40 นาที พักไว้ให้เย็น

ถ้วยฟู หรือปุยฝ้าย ขนมถ้วยฟู หรือขนมปุยฝ้าย หน้าที่แตกออกมาแสดงถึงความโชคดี ความเจริญรุ่งเรือง ความเฟื่องฟู เพราะความหมายดีๆ แบบนี้เองจึงเป็นเหตุผลให้ขนมหวานชนิดนี้ขายดีช่วงเทศกาลตรุษจีน

ส่วนผสม (สำหรับ 6-8 ที่)

  • แป้งข้าวเจ้า 250 กรัม
  • น้ำตาลทราย 240 กรัม
  • ยีสต์ 1 ช้อนชา
  • ผงฟู 2 ช้อนชา
  • ข้าวหอมมะลิใหม่หุงสุก 250 กรัม
  • น้ำลอยดอกมะลิ 450 มิลลิลิตร
  • สีผสมอาหารเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. ปั่นข้าวหอมมะลิกับน้ำลอยดอกมะลิให้เนียนละเอียด พักไว้
  2. ผสมแป้งข้าวเจ้า น้ำตาล ยีสต์ และผงฟูเข้าด้วยกัน ใส่ข้าวที่ปั่นแล้วลงไปผสม พักไว้ 20 นาทีหรือจนกว่าข้าวจะขึ้นเป็นฟองเม็ดเล็กๆ จากนั้นแบ่งใส่สีตามชอบ
  3. นึ่งถ้วยตะไลประมาณ 10 นาทีให้ร้อนจัด หรี่ไฟลง หยอดส่วนผสมใส่ถ้วย (ขณะที่ถ้วยยังอยู่ในลังถึง) นึ่งไฟแรงปานกลางค่อนข้างร้อนนาน 20 นาทีจนหน้าขนมแตกฟูสวย
  4. ยกลง พักไว้ให้เย็น แคะขนมออกจากถ้วย
“ปีใหม่นี้ คิดหวังสิ่งใดขอให้สมหวังสมปรารถนา มีแต่ความสุขมั่งคั่ง โชคดีร่ำรวยตลอดปี” พอนึกถึงวลีอวยพรอันคลาสสิกประจำเทศกาลตรุษจีนแบบนี้แล้ว อีกหนึ่งความเป็นมงคลที่พลาดไปไม่ได้เลยก็คือเรื่องของอาหารการกินนั่นเอง เพราะทุกครั้งเราก็มักจะเห็นอาหารต่าง ๆ เรียงรายมาขึ้นโต๊ะไหว้เจ้า ซึ่งแต่ละอย่างมีความหมายตามความเชื่อของชาวจีนที่ว่า “รับประทานแล้วจะมีแต่ความเฮง สามารถติดตามข่าวสารสาระดี ได้ที่ ufabetblogs

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *