รู้จักคริปโท หรือ หลักๆ ด้วยกัน ทั้งหมด 7 กลุ่ม ก่อนที่จะเลือกลงทุน

นักลงทุนมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล มักจะสับสนกับจำนวนสินทรัพย์ที่มีให้เลือกมากมายที่ Bitkub ซึ่งมีให้เลือกกว่า 47 รายการ

สงสัยกันหรือไม่ ว่าคริปโทเคอร์เรนซีแต่ละสกุลมีความแตกต่างกันอย่างไร ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับคริปโทเคอร์เรนซี 7 กลุ่มหลักที่ทุกคนสามารถใช้เป็นแนวทางสำหรับการเลือกลงทุนได้!

รู้จักคริปโท
รู้จักคริปโท

1. กลุ่มรักษามูลค่า (Store of Value)

เช่น Bitcoin (BTC), Litecoin (LTC), Bitcoin Cash (BCH)

จุดแข็ง ของเหรียญ ในกลุ่มนี้ เป็นปริมาณ เหรียญที่มีจำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Bitcoin ที่มีปริมาณ จำกัด เพียงแค่ 21 ล้านเหรียญ ประกอบกับ โครงข่าย ของ Bitcoin ที่ได้รับ การยอมรับว่า เครือข่าย ที่ น่าไว้ใจแล้ว ไม่เป็นอันตรายที่สุด เครือข่ายหนึ่ง ทำให้นับวัน Bitcoin เริ่มมีสถานะ ใกล้เคียงกับ “ทอง” เข้าไปใหญ่ แต่เป็น ทองดิจิทัล ซึ่งสามารถ ซื้อสะสมได้ง่ายดายเสียยิ่งกว่า ทอง จริง ๆ เสียอีก

มูลค่าของเหรียญในกลุ่มนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและข่าวสารต่าง ๆ นอกจากนี้ Bitcoin ยังเป็นคริปโทเคอร์เรนซีที่มีมูลค่าตลาดสูงที่สุดในปัจจุบัน การเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin จึงมักจะส่งผลให้เหรียญอื่น ๆ ให้เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกับ Bitcoin

2. กลุ่มสัญญาอัจฉริยะ (Smart contract)

เช่น Ethereum (ETH), Cardano (ADA), Polkadot (DOT), Kusama (KSM) ฯลฯ

จุดเด่น ของเหรียญกลุ่มนี้ คือการเป็นเครือข่าย บล็อกเชน ที่สามารถใช้ Smart contract ได้ ทำให้นักพัฒนา สามารถสร้างแอปพลิเคชัน แบบกระจายศูนย์ (Dapp) รวมถึง DeFi ขึ้นบนเครือข่ายเหล่านี้

สำหรับมูลค่าเหรียญ ในกลุ่มนี้ หลัก ๆ มักจะมาจากความต้องการ ของตลาดเช่นเดียวกับ คริปโทเคอร์เรน ซีสกุลอื่น ๆ และในบางครั้ง ที่เหรียญเหล่านี้ มีการอัปเกรด หรือมี DeFi ที่น่าสนใจ เกิดขึ้นบนเครือข่าย มูลค่าก็อาจเปลี่ยนแปลงได้อย่าง มีนัยสำคัญ เช่นกัน การติดตามข่าวสาร อย่างต่อเนื่อง จะมีประโยชน์ มากสำหรับการลงทุน ในเหรียญกลุ่มนี้

3. กลุ่ม DeFi (Decentralized Finance)

เช่น Uniswap (UNI), Maker (MKR), AAVE และอีกมากมาย

เหรียญกลุ่ม DeFi มักจะถูกสร้างขึ้นบนเครือข่ายบล็อกเชนที่มี Smart contract อย่าง Ethereum ทำให้เหรียญในกลุ่มนี้ถูกจัดเป็นโทเคน (Token) ซึ่งแต่ละเหรียญก็จะมีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป และมักจะใช้ได้เฉพาะแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เช่น UNI จะใช้ได้กับ Uniswap หรือ AAVE ที่ใช่ร่วมกับแพลตฟอร์ม AAVE เป็นต้น ufabetblogs

มูลค่าของเหรียญ ในกลุ่มนี้ นอกจากจะมาจากความนิยมในตัว DeFi หรือแพลตฟอร์ม ที่เกี่ยวข้องแล้ว บางครั้งมูลค่าเหรียญ DeFi ก็ผันผวน ตามเครือข่าย ที่เหรียญนั้น ถูกสร้างขึ้น ได้ด้วยเช่นกัน

4. กลุ่มส่งต่อมูลค่า (Value Transfer)

เช่น Ripple (XRP), Stellar (XLM)

เหรียญในกลุ่มนี้ เป็นเหรียญของเครือข่าย ที่ถูกพัฒนาขึ้น สำหรับการส่งต่อมูลค่า ผ่านอินเทอร์เน็ต ที่รวดเร็ว และมีค่าธรรมเนียม ถูกโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน

จุดที่แตกต่างกันระหว่าง XRP กับ XLM คือ XRP เป็นเหรียญของเครือข่าย RippleNet ที่สร้างโดยบริษัท Ripple ใช้เพื่อเชื่อมต่อระบบชำระเงินของแต่ละธนาคารเข้าด้วยกันเป็นหลัก ทำให้เราสามารถเงินจากธนาคารหนึ่งไปอีกธนาคารหนึ่งที่อยู่ต่างประเทศได้อย่างรวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมถูก

ขณะที่ XLM เกิดขึ้นจากองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร อย่าง Stellar Development Foundation โดย Stellar เป็นเครือข่ายที่มีพื้นฐานมาจาก RippleNet แต่มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงระบบการโอนเงินที่รวดเร็วและมีค่าธรรมเนียมต่ำ ไม่ใช่แค่ธนาคาร

5. กลุ่ม Oracle

เช่น Chainlink (LINK), Band Protocol (BAND)

Oracle ในวงการบล็อกเชน คือผู้คอยป้อนข้อมูลจากโลกแห่งความจริงเข้าสู่บล็อกเชน เพื่อให้ Dapp หรือ DeFi สามารถนำข้อมูลดังกล่าวไปใช้งานต่อได้ ซึ่งข้อมูลที่ Oracle คอยป้อนให้บล็อกเชน มีตั้งแต่ ราคาเหรียญ ราคาสินทรัพย์ ไปจนถึงข้อมูลทั่วไปอย่าง สภาพอากาศ หรือผลการแข่งขัน

Oracle นับเป็นอีกส่วนประกอบสำคัญ ที่วงการบล็อกเชน ขาดไม่ได้ ขณะที่เหรียญในกลุ่ม Oracle ก็มักจะถูกใช้ เพื่อให้สามารถเข้าถึง บริการของ Oracle มูลค่าของเหรียญ ก็เลยมาจากความนิยมใน Oracle แต่ละตัวนั่นเอง

6. กลุ่ม Stablecoin

เช่น USDT, USDC, DAI

เหรียญในกลุ่มนี้ มีมูลค่า ที่ค่อนข้างคงที่ เพราะได้ทำการผูกมูลค่า เข้ากับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ในอัตรา 1:1 จึงเหมาะกับผู้ที่ไม่ชอบ ความผันผวน ของมูลค่า หรือผู้ที่ต้องกระจายพอร์ต การลงทุน รวมถึง เหมาะสำหรับ ใช้แลกเปลี่ยนสินค้า และบริการ

อย่างไรก็ตาม แม้จะขึ้นชื่อว่า เป็นเหรียญ ที่มีมูลค่าคงที่ แต่เหรียญเหล่านี้ ก็มีมูลค่า ที่ใกล้เคียงกับเงินดอลลาร์ ดังนั้น ทิศทางเศรษฐกิจ ทั้งของไทย และสหรัฐอเมริกา ต่างส่งผล ต่อมูลค่าเหรียญเหล่านี้ได้ เหมือนกับการอ่อนค่า/แข็งค่าของเงินดอลลาร์เมื่อตอบรับกับข่าวเศรษฐกิจนั่นเอง

7. กลุ่มมีม (Meme)

เช่น Dogecoin (DOGE)

เหรียญ ในกรุ๊ป มีมอย่าง Dogecoin จำนวนมาก จะถูกผลิตขึ้น บันเทิงใจ แต่ว่า เนื่องมาจาก เกียรติศักดิ์ ที่มีชื่อเสียงของ Dogecoin ท่ให้เหรียญนี้ สามารถ ใช้แทน การให้ทิป บนโซเชียล รวมทั้งการแลกเปลี่ยน ผลิตภัณฑ์ แล้วก็บริการ จากร้านรวง ที่รองยอมรับได้

การลงทุนในเหรียญกลุ่มนี้ ส่วนใหญ่มักจะเป็นการเก็งกำไรระยะสั้น ๆ จากความผันผวนของราคาที่สูงกว่าเหรียญกลุ่มอื่น ๆ หากสนใจการลงทุนในเหรียญกลุ่มนี้ก็ต้องพอมีประสบการณ์ด้านการเทรดมาบ้าง เช่นรู้ว่าจังหวะไหนควรเข้าซื้อหรือเทขาย สามารถวิเคราะห์ทางเทคนิคได้ และที่สำคัญคือการใช้เงินเย็น หรือเงินที่สามารถเสียได้โดยไม่กระทบการใช้ชีวิตในการลงทุนเท่านั้น UFABET

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *