หลาย ๆ คน คงน่าจะเคยได้ยิน ชื่อ “เทสล่า (Tesla)” รถยนต์ไฟฟ้า 100% ระดับโลก ที่สั่นสะเทือน วงการยานยนต์โลก ดัวยสมรรถนะ และ เทคโนโลยี ที่ล้ำสมัย ส่งผล ให้เทสล่า กลายเป็นบริษัทรถยนต์ ที่มีมูลค่าสูงที่สุด

ส่วนหนึ่ง เป็นเพราะความแปลกใหม่ ที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องของสมรรถนะ การเดินทางที่เทียบเท่า หรือใกล้เคียง Supercar และ เทคโนโลยีช่วยขับอย่าง Autopilot ที่มีการใช้ AI เข้ามาช่วยในการขับ

 

จริงๆ แล้วเทสล่า มีความพิเศษที่ต้องชวน…ว้าว!!! อีกมาก ชนิดที่แทบ อยากจะไปถอยออกมาขับซักคัน (ถ้ารับกับราคานำเข้าของมันไหว) แน่นอนว่าความโดดเด่นของเทสล่า คือการใช้พลังงานไฟฟ้า เป็นหลัก โดยไม่ใช้

น้ำมันเชื้อเพลิง นั่นหมายความว่าไม่ต้องสนใจ ว่าราคาน้ำมันตลาดโลก จะเป็นอย่างไร หรือ ผู้จำหน่ายน้ำมันรายใหญ่ ในประเทศจะปรับราคาอย่างไร ขอเพียงแค่ค่า Ft ไม่ขึ้นพรวดพราด ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร

 

ทำไมต้องพูดถึงเทสล่า

 

นอกจากเรื่องของการ ไม่ใช้น้ำมันแล้ว เทคโนโลยี คือจุดที่โดดเด่น อีกจุดของเทสล่า โดยเฉพาะ ระบบ Autopilot หรือระบบช่วยขับ ที่ถึงเป็นจุดสร้างความแตกต่าง ในตลาดรถยนต์ ระบบดังกล่าว จะประมวลผล วิเคราะห์

สภาพแวดล้อม การขับขี่ ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ต หรือ เข้าใจง่ายๆ ใช้ AI ขับแทนคน โดยเชื่อมต่อกับเซ็นเซอร์ และ ระบบต่างๆ อย่างกล้องผ่านเครือข่าย อินเตอร์เน็ต

 

เรียกได้ว่าเทสล่า คือแบรนด์แรก ที่นำระบบดังกล่าว ติดตั้งในรถไฟฟ้า 100% ที่ใช้งานจริงบนถนนจริง ขณะที่บริษัทด้านเทคโนโลยี ส่วนใหญ่ ยังอยู่ในขั้นทดสอบ ร่วมกับค่ายรถยนต์ ซึ่งเทสลามองว่า การใช้งานจริงจะช่วย

ให้ AI เรียนรู้จากการใช้งานจริง ไม่ใช่ในสนามทดสอบ ที่สำคัญ เทสล่า ยังสามารถเก็บข้อมูลจริง ผ่านการใช้งานจริง เพื่อนำไปพัฒนา ระบบ ต่อไปในอนาคต

 

แน่นอนว่า สำหรับผู้ที่ใช้ รถเทสล่า ด้านหนึ่งคือ การได้ทำตัวให้เป็นส่วนหนึ่ง ในการช่วยโลก แถมยังได้ภาพลักษณ์ ของผู้นำเทคโนโลยี แต่ในอีกด้านผู้ใช้รถเทสล่า กำลังเป็นอาสาสมัคร ในการทดสอบระบบ เพื่อนำไปสู่

การพัฒนาปรับปรุง ในอนาคต ทั้งนี้ต้องยกความดีความชอบให้  Nikola Tesla ผู้คิดค้นมอเตอร์ไฟฟ้า และ Elon Musk ผู้ก่อตั้งเทสล่า ก็ได้แรงบันดาลใจ จนนำชื่อของ Tesla มาตั้งเป็นชื่อบริษัท รถยนต์ไฟฟ้า 100%

 

มาทำความรู้จัก Tesla รถไฟฟ้า ที่เน้นเทคโนโลยีที่สุดในยุคนี้

 

Tesla ไม่ได้มีดีแค่มอเตอร์และ AI

 

นอกจากเรื่องของ พลังงานไฟฟ้า และ เทคโนโลยีแล้ว เรื่องของการ ออกแบบ ก็เป็นอีกสิ่ง ที่ช่วยให้เทสล่า ดูโดดเด่น นั่นเพราะ เทสล่าไม่มีเครื่องยนต์ ทำให้สามารถดีไซน์ ทั้งภายนอก และ ภายใน ออกมา ได้อย่างอิสระ เท

สล่า จึงมีพื้นที่ เก็บของเป็นจำนวนมาก ทั้งกระโปรงหน้า และ กระโปรงหลัง ขณะที่ภายใน เน้นเรียบง่าย แต่หนักไปทางเทคโนโลยี ในการควบคุมผ่านหน้าจอ

 

หลังคา อีกหนึ่งความโดดเด่นของเทสล่า โดยจะเน้นให้สามารถ มองทะลุผ่านหลังคากระจก ที่ทอดยาวตั้งแต่ด้านหน้าถึงด้านหลัง ผ่านกระจก 3 บาน พร้อมติดตั้งฟิล์ม กันความร้อน และฟิล์มทึบสีดำ ช่วยให้มีมุมมองที่กว้าง

มากขึ้น โดยไม่รู้สึกร้อน และป้องกันไม่ให้คนภายนอก มองเห็น ซึ่งทางเทสล่าการันตีว่ากระจกแผ่นหลังคา มีความแข็งแกร่งทนทาน สูงรองรับน้ำหนักของรถทั้งคันได้ ป้องกันกระจกหลังคาแตก กรณีเกิดการพลิกคว่ำ

 

ขณะที่แบตเตอรี่ ลิเธียมไอออน แหล่งพลังงานหลักขนาดใหญ่ จะติดตั้งบริเวณใต้ท้องรถโดยมีแผ่นเหล็ก ปิดไว้อีกชั้น เพื่อกันกระแทก และสิ่งแปลกปลอม ด้วยการออกแบบอย่างพิเศษทำให้ เทสล่าสามารถ กลับมาตั้งลำ

เป็นปกติได้ หากมีการตะแคงข้าง รวมถึงการการออกแบบล้อ ที่ช่วยให้เกิดแรงเฉื่อย ช่วยให้เทสล่ายังคงเดินหน้าต่อไปได้อีกไกล แม้จะไม่เหยียบคันเร่งก็ตาม

 

6 ปัจจัยรอท้าทาย Tesla ในอนาคต

แม้เทสล่า จะกลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้า ระดับสุดยอดเทียบชั้นได้กับรถยนต์ระดับพรีเมี่ยมในตลาดรถใช้น้ำมัน แต่เพราะเทสล่ายังเป็นค่ายรถยนต์เพิ่งเกิดใหม่อายุยังไม่เกิน 20 ปี เทสล่าจึงต้องฝ่าฟันกับความท้าทายเหมือนที่

ค่ายรถยนต์รุ่นใหญ่ อายุเกิน 40-60 ปีเคยเผชิญกันมา และถือเป็นความท้าทายที่สำคัญของเทสล่า โดยเฉพาะ 6 ปัจจัยนี้ที่เทสล่าต้องเผชิญ

 

Cybertruckรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในค่ายของเทสล่า ที่เรียกได้ว่าเป็นกลุ่ม รถเอนกประสงค์ (บ้านเราเรียกกระบะ) ที่สร้างความฮือฮาทั่วโลกในวันเปิดตัว ทั้งการดีไซน์ที่หลายคนคิดว่าเป็นรถต้นแบบ แต่มันคือดีไซน์รถที่

ออกจำหน่ายจริง แถมยังเคลมว่าเป็นรถนิรภัยระดับหนึ่งที่กระจกแตกยากมาก แต่พอทดสอบจริงกลับแตกจนเป็นรูโบ๋ว!!!

 

แทบจะเรียกได้ว่า เป็นรถยนต์ไฟฟ้า จากเทสล่าที่ไม่ประสบผลสำเร็จตั้งแต่เปิดตัวจนมีการขอคืนเงินมัดจำสำหรับรถยนต์รุ่นดังกล่าวจำนวนมาก

 

โรงงานผลิตเทสล่าในสหรัฐฯ เป็นอีกสิ่งที่ท้าทาย สำหรับเทสล่า เนื่องจากตลาดใหญ่สุดของเทสล่าอยู่ในสหรัฐฯ และโรงงานเพียงแห่งเดียวในแคลิฟอร์เนียไม่สามารถรองรับความต้องการของตลาดได้ เทสล่าจึงสร้าง

โรงงานแห่งที่สองในเท็กซัส และ ถือเป็นโรงงานขนาดใหญ่ ในขณะเดียวกันเทสล่า ก็สร้างโรงงานผลิต ในจีนเพื่อขยายตลาด ในต่างประเทศ

 

แถมโรงงานในจีน ยังใช้ระยะเวลา ในการสร้างน้อยกว่าในเท็กซัสและพร้อมเปิดกระบวนการผลิตด้วยต้นทุนที่ถูกกว่า นี่คือความท้าทายของเทสล่าในการมองฐานการผลิตที่คุ้มทุน

 

การสร้างรายได้ของเทสล่า เป็นอีกหนึ่ง ความท้าทาย ที่เทสล่าต้องเผชิญ อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่า ภาพลักษณ์ของเทสล่าเปรียบเสมือน รถยนต์ในระดับพรีเมี่ยม ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่สวนทางกับ แนวคิดของ เทสล่าที่

ต้องการให้ รถยนต์ไฟฟ้า 100% กลายเป็นรถตลาด ที่ใช้กันทั่วไป แต่ปัจจุบันเทสล่ายังมีราคาขายที่สูง ยิ่งผู้ผลิตรถยนต์ในจีนหันไปให้ความสำคัญกับการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่มีเทคโนโลยีไฮเทค ยิ่งสร้างความ

ท้าทายให้กับเทสล่าอย่างมาก

 

เทคโนโลยีเก่าไปแล้วหรือยัง  หนึ่งในคำถาม สุดคลาสสิคของเทสล่า นั่นเพราะเทสล่าคือ แบรนด์แรกที่นำเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติมาใช้ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของเทคโนโลยีขับเคลื่อนอัตโนมัติในค่ายรถยนต์อื่นๆ ที่

กำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนา นั่นหมายความว่าเทคโนโลยีของค่ายรถยนต์อื่นจะใหม่กว่าและล้ำสมัยกว่าเทสล่า แต่ถึงอย่างนั้นเทสล่าก็มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น “Summon” เทคโนโลยีที่

ใช้ในการเรียกรถให้ออกมารับจากที่จอดรถ โดยที่ไม่ต้องมีคนขับ

 

Semi รถบรรทุกของเทสล่า ที่โดดเด่น ไม่แพ้รถกระบะ Cybertruck แต่รับรองสวยกว่า น่าใช้กว่าแน่นอน ด้วยความสามารถ ในการใช้พลังงานไฟฟ้า 100% และ เทคโนโลยีที่ไม่แตกต่าง ไปจากรถยนต์เทสล่า ปกติ โดย

Semi ถูกโปรโมท ไปก่อนหน้านี้ แต่เพราะโปรเจ็ค Model 3 ทำให้ต้องชะลอการผลิต Semi ออกไป โดยเทสล่าเตรียมกลับมาเริ่ม กระบวนการผลิต Semi ในช่วงปี 2021 นี้

 

มาทำความรู้จัก Tesla รถไฟฟ้า ที่เน้นเทคโนโลยีที่สุดในยุคนี้

 

ตัวของ Elon Musk เอง คือหนึ่งเรื่องปวดหัว ของเทสล่า เพราะต้องยอมรับว่า ภาพลักษณ์ของเทสล่า ติดตัวไปกับ Elon Musk ไปแล้ว ดังนั้นการกระทำอะไรก็แล้วแต่ที่ Elon Musk แสดงออกมา จะถูกสื่อไปถึงค่าย

รถยนต์เทสล่า อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ลองดูช่วงที่ผ่านมา แค่เพียง Elon Musk สละตำแหน่งผู้บริหารเทสล่า ส่งผลให้หุ้นของเทสล่าล่วงหล่นจนน่าตกใจ

 

หรืออย่างเช่นการที่ Elon Musk ผลิต “กางเกงขาสั้น” ก็สร้างความฮือฮาให้กับเทสล่าได้อย่างมาก หรือการเปิดตัวรถ Cybertruck ที่ครั้งแรกสร้างความฮือฮาจนมียอดการจองอย่างมากมาย แต่เพราะ Elon Musk ไม่

เหมือนใครการทดสอบจริงจึงเกิดขึ้นในวันเปิดตัว แล้วก็เกิดเหตุจนกลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก ดังนั้นตัว Elon Musk จึงกลายเป็นความท้าทายที่สำคัญของเทสล่าด้วยเช่นกัน เพราะหาก Elon Musk ไปผิดใจหรือ

ทำผิดกฎหมายก็จะส่งผลสะท้อนไปสู่เทสล่าได้

 

นี่จริง ถือเป็นกรณีศึกษา ให้กับผู้ประกอบการ ที่กำลังเปิดตัวธุรกิจให้ต้องมองการวางแผนระยะยาว รวมไปถึงการนำตัวเองไปผูกกับแบรนด์ เพราะนั่นหมายความว่าเจ้าของทำอะไรจะเกิดผลกระทบกับแบรนด์อย่างเลี่ยงไม่

ได้ทั้งทางตรง และ ทางอ้อม

 

UFABET

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *