ปัญหายาเสพติด การใช้ยาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่น ยังเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทย เป็นปัญหาที่สร้างความกังวลให้กับทุกคน เพราะไม่เพียงแต่ประเทศจะต้องสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นทรัพยากรอันมีค่าที่สุดของประเทศไปแล้ว ปัญหายาเสพติดยังนำมาซึ่งปัญหาอื่นอีกมากมาย ทั้งในแง่สังคมอย่างเช่นการก่ออาชญากรรม ปล้น จี้ ฯลฯ เกิดปัญหาส่วนบุคคลในด้านสุขภาพกายและสุขภาพจิต เช่น ปัญหาทางจิต ปัญหาด้านสุขภาพ ปัญหาด้านเศรษฐกิจ ซึ่งรัฐบาลเองต้องสูญเสียเงินในการบำบัดอาการติดยา รักษาอาการติดยา ทั้งการเลิกยาไอซ์ เลิกยาบ้า เลิกกัญชา ฯลฯ สิ่งที่น่าวิตกกังวลคือวัยรุ่นที่ใช้สารเสพติดนั้นมีแนวโน้มที่จะอายุน้อยลงเรื่อยๆ มีการใช้สารเสพติดเพิ่มขึ้นในกลุ่มอายุ 12 – 19 ปี และในปี 2562 มีการสำรวจพบว่าเด็กและเยาวชนหรือวัยรุ่นใช้สารเสพติดเป็นจำนวนร้อยละ 3.72

การติดยาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่นจะเริ่มจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ ก่อนจะนำไปสู่สารเสพติดชนิดอื่นๆที่มีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ที่น่าวิตกยิ่งไปกว่านั้นคือในกลุ่มเด็กและเยาวชนหรือวัยรุ่น มีการใช้สารเสพติดร่วมกันมากกว่าหนึ่งชนิด และยังมีการใช้สารอื่นๆมาผสมเพื่อให้ออกฤทธิ์คล้ายสารเสพติด ผลเสียที่ร้ายแรงตามมาคือกลุ่มผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์เองจะไม่สามารถประเมินผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นได้ เพราะไม่รู้ว่ากลุ่มผู้เสพนั้นจะใช้สารใดผสมกันบ้าง ทำให้เกิดอันตรายกับผู้เสพเป็นอย่างยิ่ง การบำบัดอาการติดยา รักษาอาการติดยา ก็เป็นไปอย่างยากลำบาก ต้องรักษาอาการติดยาเสพติดทั้งทางกายและใจ บางคนอาจถึงขั้นมีอาการทางประสาท

ความจริงแล้วสาเหตุในการใช้สารเสพติดของกลุ่มวัยรุ่นมีหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นความคึกคะนองของช่วงวัย เพื่อนชักชวน เกิดปัญหาความรัก มีปัญหาส่วนตัว ได้รับความกดดันในการเรียน ฯลฯ ปัจจัยที่มีอิทธิพลในการใช้สารเสพติดของกลุ่มเด็ก เยาวชน และวัยรุ่นมากที่สุด พบว่า สิ่งที่มีอิทธิพลที่ทำให้เด็ก

เยาวชนและวัยรุ่นเข้าไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติดมากที่สุดคือ ชุมชนและสังคม หากเด็ก เยาวชนหรือกลุ่มวัยรุ่นได้อยู่ในสังคมหรือชุมชนที่ดี ทุกคนมุ่งมั่นกับการเรียน มีเป้าหมายในชีวิตที่จะพัฒนาตัวเองให้พร้อมสำหรับการทำงานในอนาคต ก็จะทำให้เด็ก เยาวชน และวัยรุ่นเหล่านั้นเลือกที่จะปฏิเสธไม่ใช้ยาเสพติด แต่เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคงเป็นไปไมได้ที่เด็ก เยาวชนและวัยรุ่นจะได้อยู่ในสังคมที่ดีทุกคน สิ่งสำคัญคือ สถาบันครอบครัว ต้องคอยมอบความรัก ความอบอุ่นและความเข้าใจให้กับเด็ก ไม่สร้างแรงกดดันและคาดหวังสูงจนเกินไป

ทั้งยังต้อคอยหมั่นใส่ใจเด็ก เยาวชนและวัยรุ่นในบ้านอย่างสม่ำเสมอ หากพบความผิดปกติที่แสดงให้เห็นว่าสมาชิกในบ้านอาจจะยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ไม่ว่าจะเป็น

  • เกิดความเปลี่ยนแปลงทางด้านอารมณ์ ด้วยยาเสพติดจะส่งผลโดยตรงต่ออารมณ์ของผู้เสพ ทำให้เกิดอาการอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย เครียด ซึมเศร้า ฯลฯ
  • พูดจาวกไปวนมา พูดช้าบ้างเร็วบ้าง พูดไม่รู้เรื่อง
  • ไม่สามารถอยู่นิ่งได้เหมือนเดิม มีอาการกระวนกระวาย อยู่ไม่นิ่ง
  • ผลการเรียนเปลี่ยนแปลงไป เช่นเคยเรียนดี แล้วผลการเรียนตกลงอย่างมาก
  • มีอุปกรณ์คล้ายอุปกรณ์เสพยาเสพติดในบ้าน เช่น ไฟแช็ค เข็มฉีดยา
  • เก็บตัวเงียบ หลบหน้าหลบตา
  • แต่งตัวแปลกไปเช่นใส่เสื้อแขนยาวแม้อากาศจะร้อนมาก
  • ใช้เงินเป็นจำนวนมากขึ้น โกหกเพื่อให้ได้เงิน หรือมีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อย

สิ่งผิดปกติเหล่านี้เป็นสัญญาณที่คนในครอบครัวต้องเฝ้าระมัดระวัง เพราะมีแนวโน้มว่าสมาชิกในบ้านซึ่งอาจจะเป็นเด็ก เยาวชน หรือวัยรุ่น อาจจะเข้าไปข้องเกี่ยวกับยาเสพติด สิ่งสำคัญคือหากแน่ใจว่าสมาชิกภายในบ้านมีการใช้ยาเสพติดหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด คนใกล้ชิดต้องพูดคุยด้วยความใจเย็น หากไม่แน่ใจว่าควรจะสื่อสารหรือพูดคุยกับสมาชิกในครอบครัวที่ติดยาเสพติดอย่างไรควรปรึกษาแพทย์ เจ้าหน้าที่ของสถานบำบัดผู้ติดยาเสพติดเอกชนที่ไว้ใจได้ เพื่อหาวิธีพูดคุยสื่อสารกันอย่างเข้าใจ จะทำให้สามารถโน้มน้าวสมาชิกในครอบครัวที่ติดยาเสพติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดอาการติดยาได้ง่ายกว่า

หากสมาชิกในครอบครัว ช่วยกันสื่อสารอย่างเข้าใจ มอบความรักความอบอุ่นให้แก่ทุกคนในบ้าน และรีบแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องเมื่อพบสัญญาณเตือนว่าเด็ก เยาวชน หรือวัยรุ่นในครอบครัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ก็จะช่วยลดปัญหาการติดยาเสพติดในกลุ่มเด็ก เยาวชนและวัยรุ่นลงได้

อะไรจะทุกข์ใจที่สุดสำหรับคนเป็นพ่อแม่ ย่อมไม่พ้นเรื่อง “ลูก”

โดยเฉพาะเมื่อ “ลูก” ติดยาด้วยแล้ว ยิ่งเพิ่มความทุกข์เป็นทวีคูณ…

นพ.ภาสกร ชัยวานิชศิริ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวถึงหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เด็กติดยาว่า จากเดิมที่ครอบครัวเป็นสถาบันแรกที่อยู่ใกล้ชิดกับเด็ก แต่สังคมปัจจุบันพบมีเด็กและเยาวชนจำนวนหนึ่งที่ขาดการดูแลเอาใจใส่ ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ผลักดันให้ออกไปแสวงหาสิ่งทดแทนมาเติมเต็มในสิ่งที่รู้สึกว่าขาดหาย เช่น จับกลุ่มกับเพื่อนชักชวนกันทำสิ่งที่ล่อแหลมและเสี่ยงอันตราย เที่ยวกลางคืน สูบบุหรี่ ดื่มสุราและเสพยาเสพติด ด้วยความเยาว์วัย ขาดประสบการณ์ กระทั่งทำให้หมดอนาคตขาดโอกาสที่ดีในชีวิต

ทั้งนี้ ไม่ว่าใครก็คงต้องช็อกแน่เมื่อรู้ว่าลูกหลานติดยาเสพติด คุณหมอภาสกรแนะว่า สิ่งแรกที่ควรทำ คือ ตั้งสติและควบคุมอารมณ์ เพราะถ้าพ่อแม่ ซึ่งเป็นคนที่ลูกหลานเห็นเป็นที่พึ่งแต่กลับไม่สามารถพึ่งได้ อาจไปปรึกษาหรือพึ่งพาคนอื่น และจะกลายเป็นการเพิ่มปัญหาหรือทำให้เกิดปัญหาใหญ่ตามมา โดยต้องพูดคุยกันด้วยความใจเย็น พร้อมจะเป็นที่ปรึกษาและให้ความช่วยเหลือ พูดคุยถึงสาเหตุ วิธีการใช้ จำนวนและความถี่ ตลอดจนพร้อมช่วยกันคิดและหาทางออกร่วมกัน

ขณะที่ นพ.สรายุทธ์ บุญชัยพานิชวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี เสริมว่า เมื่อบุตรหลานติดยาและมีอาการก้าวร้าว พ่อแม่บางคนอาจใช้ความรุนแรง ซึ่งผลที่ตามมาคือเกิดความแตกหักร้าวฉานในครอบครัว

“เมื่อพบว่าเด็กมีความก้าวร้าว ต้องตั้งสติ อย่าตื่นเต้นตกใจกับพฤติกรรม ควรประเมินสถานการณ์ หากก้าวร้าวไม่มากให้พูดคุยด้วยเหตุผล เปิดใจรับฟังปัญหาที่เกิด เพราะบางครั้งการที่เด็กก้าวร้าวอาจมีสาเหตุจากปัญหาในครอบครัว การเลี้ยงดู สภาพจิตใจ สภาพแวดล้อมและสังคม รวมถึงผลจากการใช้ยาเสพติด ซึ่งการยอมรับฟังความคิดเห็นซึ่งกันและกันเพื่อหาสาเหตุจะช่วยให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดที่สุด”

แต่หากมีพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างรุนแรงหรือคลุ้มคลั่ง หูแว่ว เห็นภาพหลอน ต้องรีบพาไปปรึกษาแพทย์หรือนำส่งสถานบำบัดรักษายาเสพติด เพื่อควบคุมสถานการณ์ และเมื่อจัดการปัญหาดังกล่าวได้แล้ว ควรพยายามเข้าใจและให้กำลังใจ

เมื่อบุตรหลานกลับมาเป็นคนเดิม ควรให้เวลาอย่างสม่ำเสมอ เช่น พูดคุยกันในตอนเย็นระหว่างทานอาหารค่ำ เล่นกีฬาด้วยกัน หรือไปเที่ยวต่างจังหวัดร่วมกันในวันหยุด สิ่งเหล่านี้จะช่วยสร้างสัมพันธภาพในครอบครัวให้กลับมาอีกครั้ง

ทั้งนี้ หากประสบปัญหาด้านยาและสารเสพติดขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนยาเสพติด 1165 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม www.pmnidat.go.th หรือเข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดได้ที่สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลธัญญารักษ์เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ขอนแก่น อุดรธานี สงขลา และปัตตานี

ประเภทของยาเสพติด

  • ออกฤทธิ์กดประสาท เช่น ฝิ่น มอร์ฟิ่น เฮโรอีน เซโคบาร์ทิบาท (บาร์บิทูเรต) เหล้าแห้ง หรือโซโคบาล ทำให้ประสาทมึนชา สมอง อารมณ์ จิตใจ เฉื่อยชา
  • ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท เช่น แอมเฟตามีน กระท่อม โคเคน พวกยาม้า ยาขยัน กระตุ้นเร่งประสาททำให้เกิดนิ่ว ตื่นตัว กระวนกระวาย ประสาทไหวตัวอยู่เสมอ
  • ออกฤทธิ์หลอนประสาท เช่น แอลเอสดี ทำให้เกิดประสาทหลอนเห็นภาพผิดไปจากปกติ
  • ออกฤทธิ์ผสมผสานกัน ทั้งกดประสาท กระตุ้นประสาท และหลอนประสาท เช่น กัญชา

อาการ

  • เด็กที่ติดยาเสพติดมีลักษณะอาการที่สังเกตเห็นได้หลายชนิด ทั้งทางด้านร่างกายและพฤติกรรมแสดงออกดังนี้
  • หน้าตาเฉยเมยแบบคนที่มีความทุกข์
  • ผอมซีด สุขภาพทรุดโทรม
  • ความประพฤติเปลี่ยนไป ละเลยกิจวัตรประจำวัน ระเบียบวินัยลดหย่อน
  • กลายเป็นคนเจ้าอารมณ์ หงุดหงิด ฉุนเฉียว ผิดปกติ โมโหง่า ย
  • มีลับลมคมใน ชอบแยกตัวอยู่คนเดียวเงียบๆ
  • เบื่อหน่ายการงานและการเรียน ไม่มีแรง อ่อนเพลีย
  • มักมียา อุปกรณ์แปลกๆเก็บไว้ในห้องส่วนตัว
  • อาจมีอุปกรณ์เกี่ยวกับยาเสพติด เช่น กระดาษ ตะกั่ว หลอดกาแฟ ไม้ขีด หลอดฉีดยา เป็นต้น
  • ใช้เงินเปลืองผิดปกติ มีหนี้สิน บางครั้งขโมย
  • สวมแว่นกันแดดตลอดเวลา เพื่อซ่อนแก้วตาที่วาว เบิกกว้างหรือริบหรี่
  • ใส่เสื้อแขนยาวตลอดเวลา เพื่อปกปิดรอยเข็มที่ฉีดยา
  • มักชอบอยู่ในห้องเก็บของ ซ่อนตัวอยู่ในห้อง อยู่หลังส้วมเพื่อแอบสูบบุหรี่ เสพยา
  • ถ้าอยู่ในห้องเรียน เด็กจะเกียจคร้าน ง่วงหงาวหาวนอน ตาหรี่ เพราะสู้แสงไม่ได้ เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง

ปัญหายาเสพติด สาเหตุของการติดยาเสพติด

ทางด้านร่างกาย

  • การจัดหาหรือซื้อสารเสพติดด้วยตนเองเนื่องจากมีอาการเจ็บปวดทางร่างกาย
  • พวกรักษาตนเอง เช่นประสบอุบัติเหตุแพทย์ให้ยาระงับปวดอยู่ชั่วขณะหนึ่ง ภายหลังได้ใช้ยาโดยไม่ปรึกษาแพทย์เพื่อช่วยตนเอง เลยทำให้ติดยาโดยไม่ตั้งใจ

ทางด้านจิตใจ

  • พวกบุคลิกภาพผิดปกติ เช่น ต่อต้านสังคม ก้าวร้าว ชอบพึ่งพาผู้อื่น แยกตัวเองหรือซึมเศร้า
  • พวกที่มีความกังวลใจ หวาดกลัว หรือป่วยเป็นโรคประสาทหรือโรคจิตมีอาการนอนไม่หลับ มักใช้ยาเสพติดระงับความรู้สึกจึงทำให้ติดได้
  • สภาพครอบครัวแตกแยก พ่อแม่ไม่เข้าใจกัน เด็กขาดความอบอุ่น หรืออบรมเลี้ยงดูลูก ไม่ถูกต้อง หรือมีคนในครอบครัวติดสารเสพติด

ทางด้านสังคม

  • ถูกเพื่อนชวน อยากลอง
  • อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใกล้ชิดกับพวกติดสารเสพติด
  • ความกดดันทางสังคม เช่น มีปัญหาทางเศรษฐกิจ ไม่มีงานทำ

ปัญหายาเสพติด โทษของการติดยาเสพติด

โทษต่อร่างกายและจิตใจ

  • ทำลายประสาทสมอง จิตใจเสื่อม ซึมเศร้า กังวล เลื่อนลอย และเป็นโรคจิตจากพิษยานั้นๆ
  • เสียบุคลิกภาพ ขาดความสนใจตนเอง ขาดสติสัมปชัญญะ
  • ร่างกายซูบซีด อ่อนเพลีย
  • พิษยาทำลายอวัยวะต่างๆให้เสื่อมลง มีโรคแทรกได้ง่าย
  • ประสบอุบัติเหตุได้ง่าย เพราะการควบคุมทางกล้ามเนื้อและระบบประสาทบกพร่อง

โทษต่อครอบครัว

  • ขาดความรับผิดชอบต่อครอบครัวและญาติพี่น้อง
  • เสียทรัพย์ที่จะต้องซื้อยามาเสพ และรักษาตัว
  • ขาดหลักประกันของครอบครัว ทำงานไม่ได้ ไม่เป็นที่วางใจ ของคนทั่วไป นำภัยมาสู่บุตร ภรรยา ญาติพี่น้อง

โทษต่อสังคม

  • เป็นภัยต่อสังคม
  • มีโอกาสเป็นอาชญากรประเภทลักขโมยได้ง่ายเนื่องจากมีรายจ่ายสูง

โทษต่อส่วนรวมและประเทศชาติ

  • เป็นภัยอันตรายต่อผู้อื่น ชุมชนและประเทศชาติ เพิ่มงบประมาณของประเทศในการป้องกันปราบปรามและบำบัดรักษา
  • ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และวัฒนธรรมของประเทศ

ปัญหายาเสพติด วิธีการแก้ไข

  • การแก้ไขเด็กติดยาเสพติด ต้องการกำลังใจจาก ผู้ปกครองและครูเป็นอย่างมาก ฉะนั้น ผู้ปกครองและครูจึงมีส่วนสำคัญในการช่วยเด็กของตนให้หายจากการติดยาเสพติดซึ่งมีวิธีปฏิบัติดังนี้
  • สร้างบรรยากาศในครอบครัวให้มีความสุข พ่อแม่ควรปรองดองกัน จะทำให้เด็ก มีความมั่นคงทางจิตใจ รู้สึกอบอุ่น
  • พ่อแม่และครูต้องให้ความเป็นกันเองกับเด็ก จะทำให้เด็กแน่ใจว่าผู้ใหญ่พยายาม ที่จะเข้าใจเขาพร้อมที่จะช่วยเหลือเขาเด็กจะรู้สึกเป็นกันเองที่จะพูดคุยถึงปัญหา ของตนโดยไม่มีการซ่อนเร้นและควรพูดจาซักถามสาเหตุ เวลาที่เสพติดนานแค่ไหน อย่าประนามดุด่าเด็กและควรหาทางช่วยเหลืออย่างรีบด่วน
  • อธิบายให้เด็กเข้าใจและรู้โทษตามกฎหมายที่จะได้รับจากการใช้ยาเสพติด
  • ให้เด็กได้รู้โทษของยาเสพติด
  • ร่วมมือกับครูประจำชั้นเพื่อหาทางแก้ไข เช่นจัดกลุ่มอภิปรายกับเด็กนักเรียน ถึงพิษภัยและโทษของยาเสพติด ครูที่สนใจปัญหาต่างๆเหล่านี้และรับฟังเด็กด้วยท่าทีที่เห็นใจ จะช่วยเด็กได้อย่างมาก
  • จัดกิจกรรมที่เสริมสร้างพลังใจ อารมณ์ ความนึกคิดไปในทางที่มีความหมาย เช่น ชมรมกีฬา ชมรมดนตรี
  • พาเด็กไปพบแพทย์ตามสถานที่รับรักษาผู้ติดยาเสพติด หรือสถานที่บางแห่งรักษาด้วยสมุนไพรเช่น ที่ถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี
  • ควรแยกเด็กจากสิ่งแวดล้อมเดิมหรือให้ห่างจากเพื่อนที่ติดยาเสพติดด้วยกัน เพื่อป้องกันไม่ให้กลับไปเสพอีก
  • อธิบายให้เด็กเข้าใจว่าการเลิกยาเสพติดนั้นอยู่ที่การตัดสินใจของเขาเอง เขาต้องรับผิดชอบชีวิตของเขาเอง เขาต้องรับผิดชอบชีวิตของเขาเอง การที่เขาเลิกยาเสพติดได้จะทำให้อนาคตของเขาดีขึ้น

การติดยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน มักจะเนื่องมาจากครอบครัว ไม่เป็นสุขมีความขัดแย้ง หรือปล่อยปละละเลยจนถูกชักจูงไปเสพได้ง่าย หรือใช้ยาเสพติดเป็นทางออกของชีวิต การสร้างบรรยากาศที่อบอุ่น ในครอบครัว การให้ความรักความเข้าใจ แก่เด็กและเยาวชนบุตรหลานของท่าน อย่างมีเหตุผลที่ถูกต้องเหมาะสมก็จะเป็นการป้องกันปัญหาการติดยาเสพติดได้

นอกจากนั้นครูก็มีส่วนสำคัญในการช่วยเหลือเด็ก ถ้าครูให้ความสนใจต่อเด็กบ้างทักทาย ถามปัญหา ถึงแม้บางครั้งจะช่วยได้ไม่มาก แต่ครูก็สามารถที่จะแนะนำเด็กในทิศทางที่ถูกต้องและควร จะหาใครให้ช่วยเหลือ

ครูที่เข้าใจและเห็นใจเด็กจะเปรียบเสมือนผู้ใหญ่ในแบบฉบับที่เป็นจริง ที่เด็กจะได้พึ่งพิงและเอาเยี่ยงอย่าง ไม่ใช่เป็นผู้ใหญ่ในโลกสมมุติเหมือนที่เด็กใช้ยาเสพติด เพื่อสร้างภาพเงานั้นขึ้นมา UFABET

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *