ชาวเน็ตรอชมบัตรประชาชน “ประยุทธ์ เนตรระหงษ์” หลัง “ทีน่า” เจ้าของร้านกระเป๋ามือสองขอเปลี่ยนเป็นชื่อนี้แทน “สรพงษ์” อ้างกาลกิณี

จากกรณี ทีน่า แม่ค้ากระเป๋ามือสองไลฟ์สดเขียนที่กระเป๋าแบรนด์เนม Hermès ของลูกค้าว่า”ปลอม”และบอกว่าถ้าเป็นของแท้จะเลิกเป็นกะเทย “สรพงษ์” จะเปลี่ยนชื่อเป็นสรพงษ์และจะให้เงินอีก 2 ล้าน กระทั่งผลตรวจสอบออกมาว่ากระเป๋าตัวดังกล่าวเป็นของแท้นั้น

ล่าสุด ทีน่า เจ้าของร้านกระเป๋าแบรนด์เนมมือสองได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กNapapatRahongระบุว่าเธอได้เปลี่ยนชื่อแล้ว แต่ไม่ใช่สรพงษ์ตามที่เคยลั่นวาจา แต่เปลี่ยนเป็น “ประยุทธ์” แทน

“เกิดปีที่ใช้ ส. ไม่ได้ค่ะ ถ้าใช้จะดุมาก กาลกิณี ป. เท่านั้นจะชนะทุกอย่าง ลุงตู่หนูขออนุญาตนะคะ ประยุทธ์ เนตรระหงษ์ คือ โชคดีมีความสุขจบ”

ทั้งนี้ ทีน่า ยังได้ลงคลิปวิดีโอที่โทรศัพท์ไปหาเหล่ากงว่าถามว่าประยุทธ์ เห่ามาพร้อมข้อความว่า “ฟังเอานะเหล่ากงกูบอกดีก็จบ” ซึ่งก็มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย ทั้งยังฝากพิธีกรชื่อดัง หนุ่ม กรรชัย ตรวจสอบบัตรประชาชน ว่ามีการเปลี่ยนเป็นชื่อ “ประยุทธ์” จริงหรือไม่

เจ้าของกระเป๋า VS ทีน่า ยอมเปลี่ยนชื่อเป็น ‘สรพงษ์’ ลั่นไม่ขอจ่าย 2 ล้านแค่พูดสนุก ๆ ยอมรับดูผิดพลาดถือเป็นบทเรียน-ใจร้อน ด้านทนายชี้มีความผิด

เมื่อวันที่ 20 ธ.ค.64 ในรายการโหนกระแส พิธีกรดังหนุ่มกรรชัยได้เชิญเจ้าของกระเป๋าแบรนด์เนมหรูHermesและทีน่าแม่ค้าออนไลน์ที่จะรับซื้อกระเป๋าไปและเขียนปลอมกระเป๋าใบนี้ จบกลายเป็นดราม่ากระเป๋าปลอม ถึงขั้นท้าพิสูจน์ด้วยเงิน 2 ล้านบาท พร้อมทีน่า แม่ค้าออนไลน์ ยังประกาศจะเปลี่ยนชื่อเป็น สรพงษ์ ถ้าเป็นกระเป๋าของปลอม

ชมพู่ เจ้าของกระเป๋า กล่าวว่า ต้องการขายกระเป๋าหรู Hermes และติดต่อไปยังร้านของทีน่า โดยทางร้านขอเช็กว่าเป็นกระเป๋าปลอมหรือไม่ ก่อนร้านแจ้งกลับมาว่ากระเป๋าของปลอม ทำให้ตกใจมาก โดยคุณทีน่ายังไม่คืนและใช้ปากกาเขียนกระเป๋าว่าปลอม ซึ่งทางร้านไม่ยอมคืนกระเป๋าให้ บอกเพียงว่าต้องทำลายทิ้ง จากนั้นจึงโทร.ไปพยายามขอคืน อีกฝ่ายบอกให้ไปโรงพัก โดยพยายามจะเอากระเป๋าคืน แต่ร้านก็ยืนยันไม่คืน

ทีน่า กล่าวว่า เจ้าของกระเป๋าให้คำตอบถึงที่มากระเป๋าไม่เคลียร์ทำให้สงสัยโดยก่อนหน้านี้ตกลงราคากัน 3.95 แสนบาทซึ่งส่วนตัวเปิดร้านขายกระเป๋ามา 4 ปีแล้ว โดยไม่เคยพลาดแต่ก่อนหน้าเคยพลาดมาแล้ว 1 ครั้งก่อนมาถึงกรณีนี้ ส่วนข้อสงสัยที่คิดว่าปลอมคือ ยาแนวของกระเป๋าแปลกๆ จึงคิดว่าไม่ใช่ แต่เมื่อเจ้าของยืนยันว่าแท้ จึงอยากพิสูจน์

ทีน่า กล่าวว่า เราซื้ออยู่แล้วจึงคิดว่าเขียนกระเป๋าไปว่าปลอม ยืนยันจะจ่าย 3.95 แสนบาท แม้จะเป็นของปลอมโดยเตรียมจะไปพิสูจน์ภายหลังการที่เราไปเขียนกระเป๋าว่าปลอม คิดว่าเราผิดพลาด เพราะเราต้องการพิสูจน์และจะรับผิดชอบ ตั้งใจแต่แรกอยู่แล้วว่าจะซื้อ

ด้านทนายเกิดผล กล่าวว่า ในข้อหากฎหมายจะผิดฐานหมิ่นประมาทและพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์สร้างความเสียหายให้คุณชมพู่ส่วนเงิน 2 ล้านทางกฎหมายถือว่ามีผลแล้ว ถือว่าเป็นคำมั่น

ด้านทีน่า กล่าวว่า เราแค่พูดไปเรื่อย ไม่ได้ต้องการท้าทายใคร ยอมรับว่าเราดูผิดพลาด ถือเป็นบทเรียนและเราใจร้อน ไม่ได้เช็กไปลึกๆ

น้องชมพู่ ยืนยันว่า ต้องได้ค่ากระเป๋า 2 ล้านเท่านั้นไม่ใช่ 3.95 แสนบาทโดยโอนคืนให้แล้วเพราะเราไม่ยินดีรับเงินส่วนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรรชัยได้โชว์ผลตรวจยืนยันจากสหรัฐฯ ว่ากระเป๋าใบดังกล่าวเป็นของแท้

สาวเจ้าของกระเป๋าเปิดใจ เอาเรื่อง ‘สรพงษ์’ ถึงที่สุด ยันต้องจ่ายมา 2 ล้านเท่านั้น

สาวเจ้าของกระเป๋าเปิดใจ เอาเรื่อง ‘สรพงษ์’ ถึงที่สุดยันต้องจ่ายมา 2 ล้านเท่านั้น ชี้ทำให้ได้รับความเสื่อมเสียยืนยันจะเอาเรื่องจนถึงที่สุดเพราะได้รับความเสียหาย

จากกรณีสาวรายหนึ่งตกลงขายกระเป๋า Hermes Constance 24 ให้กับร้านรับซื้อแบรนด์เนมในราคา 390,000 บาท จากที่ซื้อมาประมาณ 500,000 บาท ต่อมา ทีน่า เจ้าของร้าน ตรวจสอบและบอกว่าเป็นของปลอม จึงใช้ปากกาเขียนลงที่กระเป๋าว่า “ปลอม” อ้างว่าทำแบบเดียวกับที่ช็อปแอร์เมส เวลาลูกค้าเอากระเป๋าปลอมมาให้ดู จะได้ไม่เอาไปหลอกใครอีก จากนั้นเจ้าของกระเป๋าจะขอรับกระเป๋าคืน แต่ทางร้านไม่คืน ยืนยันตรวจสอบเองรู้ว่าจริงหรือปลอม จากนั้นได้ส่งไปตรวจสอบที่ช็อปต่างประเทศ โดย ทีน่า อัดคลิปเผยว่า ถ้าใบนี้เป็นของแท้ให้เลย 2 ล้านบาท และจะเลิกเป็นกะเทย ต่อไปจะไม่มีทีน่า จะเป็นสรพงษ์ ให้หมอใส่อวัยวะเพศชายไปเลย

ต่อมาตรวจสอบพบว่ากระเป๋าใบดังกล่าวเป็นของจริง ก่อนสาวเจ้าของกระเป๋า อัพเดตว่า จู่ๆ ทีน่าโอนเงินมาให้ 395,000 บาท โดยที่ยังไม่ได้คุยกันเลยด้วยซ้ำ พูดง่ายๆ ก็คือลักไก่ ตอนนี้กำลังเดินทางไปที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน เพื่อลงบันทึกประจำวัน เนื่องจากยังไม่ประสงค์ที่จะรับเงินดังกล่าว ขอยืนยันว่ายังไม่รับเงินก้อนนี้ เพราะทีน่าบอกว่าถ้าของแท้จะจ่าย 2 ล้านบาท และเลิกเป็นกะเทย พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็นสรพงษ์จึงควรจะทำตามคำพูด ไม่ใช่มาลักไก่แล้วหายเงียบไป

ล่าสุดวันที่ 19 ธ.ค.64 น.ส.จิดาภา ชีนารักษ์ อายุ 24 ปี เจ้าของกระเป๋าใบดังกล่าวเปิดใจว่าจะไม่ขอรับเงิน 395,000 บาท ที่โอนเข้าบัญชีมาเมื่อวานนี้โดยทันทีที่ทราบว่าเงินเข้าบัญชีก็ได้ไปลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน โดยยืนยันจะขอรับเงิน 2 ล้านบาทเท่านั้น ตามที่เจ้าของร้านได้ท้าไว้ รวมทั้งขอให้เจ้าของร้านเลิกเป็นสาวสองและใช้ชื่อสรพงษ์ตามที่ได้ลั่นวาจาไว้ด้วย

น.ส.จีดาภา เปิดเผยว่า ชื่นชอบกระเป๋าแบรนด์เนมมานาน ที่ผ่านมาซื้อมาใช้และขายต่อมาแล้วหลายสิบใบ กระเป๋าทุกใบเป็นของแท้และที่ผ่านมาขายต่อไปก็ไม่เคยมีปัญหาอะไร ส่วนกระเป๋าใบนี้ซื้อมาใช้เมื่อประมาณ 2 ปี ก่อน ตอนนี้อยากเปลี่ยนกระเป๋าใบใหม่ จึงค้นหาร้านรับซื้อทางอินเทอร์เน็ต บังเอิญไปเจอร้านนี้ให้ราคาดีกว่าร้านอื่น จึงตกลงขายให้พร้อมส่งกระเป๋าไปให้ทางร้านเมื่อวันที่ 8 ธ.ค. และ ทางร้านได้รับกระเป๋าวันที่ 9 ธ.ค. จนเกิดเรื่องดราม่าดังกล่าวขึ้น

น.ส.จีดาภา บอกว่าที่คู่กรณีใช้ปากกาเขียนลงบนกระเป๋าจะต้องรับผิดชอบเพราะทำให้กระเป๋ามีตำหนิและเสื่อมราคาขณะที่ไลฟ์สดของเจ้าของร้านทำให้ตนเองที่เป็นเจ้าของธุรกิจได้รับความเสื่อมเสีย ยืนยันว่าจะเอาเรื่องจนถึงที่สุด เพราะได้รับความเสียหาย โดยในขณะนี้ทนายเกิดผล แก้วเกิด เข้ามาดูแลคดีให้ โดยในวันพรุ่งนี้จะเข้ากรุงเทพมหานคร เพื่อติดตามความคืบหน้าของการดำเนินคดีในเรื่องนี้

“กระเป๋าแบรนด์เนม” ยืนยันแล้วแท้ล้าน % เจ้าของร้านยอมเปลี่ยนเป็นสรพงษ์

จากกรณีสาวรายหนึ่งนำกระเป๋าHermesConstance24ไปขายต่อกับร้านรับซื้อ-ขาย “แบรนด์เนม” ในราคา 395,000 บาทจากราคาเดิทที่ซื้อมาประมาณ 500,000 บาท ซึ่งต่อมา ทีน่า เจ้าของร้านบอกว่าเป็นของปลอม และได้ใช้ปากกาเขียนกระเป๋าว่า “ปลอม” จนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตเพราะนอกจากจะใช้ปากกาเขียนกระเป๋าแล้ว ทีน่านังลั่นวาจาอีกว่าหากกระเป๋าใบนี้เป็นของแท้ยินดีจ่าย 2,000,000 ล้านบาท พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น สรพงษ์

อัปความคืบหน้าการตรวจสอบ “กระเป๋าแบรนด์เนม” จากสถาบัน The Catch fake Brandname ซึ่งเป็นสถาบันสอนดู “กระเป๋าแบรนด์เนม” ที่แรกของประเทศไทย ได้มีการออกเอกสารรับรอบว่ากระเป๋าใบดังกล่าวเป็นข้องแท้ 100 % พร้อมกับออกหนังสือรับรอง เพื่อเป็นหลักฐานยืนยัน

ขณะที่วันนี้ (20 ธ.ค.) ในรายการ โหนกระแส ออกอากาศทางช่อง 3 ได้มีการเชิญเจ้าของกระเป๋า Hermes Constance 24 นางสาวจิดาภา ชีนารักษ์ อายุ 24 ปี เจ้าของกระเป๋าใบดังกล่าว และ คุณทีน่า เจ้าของร้านรับ-ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมคู่กรณี มาร่วมชี้แจง ถึงปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมีบางช่วงบางตอน พิธีกรสอบถามไปยังทีน่าว่าผลสรุปออกมาแล้วว่ากระเป๋าเป็นของจริงแบบนี้จะเปลี่ยนชื่อเป็น สรพงษ์ตามที่เคยบอกไว้ พร้อมทั้งจะจ่ายเงินให้เจ้าของกระเป๋าในราคา 2,000,000 หรือไม่ โดยเจ้าตัวพูดว่าจริง ๆ แล้วตอนนั้นที่พูดไปเพราะพูดเพื่ออรรถรส UFABET

อย่างไรก็ตามคุณทีน่ากล่าวในรายการว่า ยอมเปลี่ยนชื่อเป็นสรพงษ์

แต่ยังไม่ยอมจ่ายเงิน 2,000,000 บาท โดยล่าสุดทนายเกิดได้โพสต์เฟสบุ๊กโพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ก ทนายเกิดผล แก้วเกิด โดยระบุว่า

 

รายการโหนกระแสตลกมากแม่ค้าทีน่ายอมเปลี่ยนชื่อเป็นสรพงษ์(แมนมาก สรพงษ์)เพราะผลรับรองกระเป๋าจากต่างประเทศเป็นของแท้แน่นอนแต่ไม่จ่าย 2,000,000 นะครับ เจอกันที่ศาล สรพงษ์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *