การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้การเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ของผู้คนทั่วโลกในปีนี้แตกต่างออกไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ท่ามกลางความพยายามของหลายประเทศที่จะควบคุมการแพร่ระบาดระลอกใหม่ หลังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่วนประเทศไทย วันขึ้นปีใหม่ คือวันที่ 1 มกราคม ของทุกปี แต่ทราบหรือไม่ว่าในอดีตประเทศไทยได้ปรับเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่มาหลายครั้ง จนกระทั่งปัจจุบันนี้ก็ใช้วันที่ 1 มกราคมเป็นวันขึ้นปีใหม่สากล และยังคงใช้วันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ไทย คนไทยนั้นมีความผูกพันกับเทศกาลปีใหม่ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ไทย (สงกรานต์) หรือปีใหม่สากลมายาวนาน ยิ่งคนที่ ห่างบ้านไปไกลก็จะเดินทางกลับบ้านรวมญาติ พบปะเพื่อนฝูง พร้อมชวนกันเที่ยว กิน และดื่ม ซื้อของกลับบ้านแบบทุ่มไม่อั้น ให้เงินพ่อแม่หรือญาติ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสุขร่วมกันที่นานทีปีหนจะพบกันครบสักที เหล่านี้สะท้อนถึงพฤติกรรมของคนไทยที่มีนิสัยรักสนุก ชอบสังสรรค์เฮฮา ชอบเที่ยว ชอบกิน และชอบดื่ม แต่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้กลายเป็นตัวหลักสกัดพฤติกรรม “ส่งความสุข” ของคนไทยในช่วงปีใหม่ซึ่งมีเพียงปีละครั้งเท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น ช่วง 2-3 วันมานี้ จะเห็นว่าผู้นำของประเทศต่าง ๆ พากันวิตกกับตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ โอไมครอนที่มีจำนวนสูงขึ้น ทำให้มีการประกาศยกเลิกการเฉลิมฉลองเทศกาลวันคริสต์มาสและเทศกาลวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับ ปีใหม่ 2565 เพราะไม่ไว้วางใจต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอน อาทิ เมืองริโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส กรุงลอนดอน เมืองหลวงของอังกฤษ ฯลฯ และยังมีอีกหลายประเทศในยุโรปประกาศยกระดับมาตรการควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวดขึ้น สามารถติดตามข่าวสารอื่น ๆ ได้ที่  ufabetblogs

เชื้อไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอน อันตรายขนาดไหน

หลังจากเกิดการระบาดของไวรัสโควิดกลายพันธุ์ชนิดใหม่ ซึ่ง WHO หรือองค์การอนามัยโลก ประกาศยกระดับให้เป็นสายพันธุ์ระดับที่น่ากังวล (Variants of Concern: VOC) สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด โดยมีรหัสที่เรียกว่า โควิดสายพันธุ์ ​B.1.1.529 หรือ โอไมครอน Omicron ถูกรายงานว่าพบครั้งแรก ในตอนใต้ของทวีปแอฟริกาใต้ ที่ประเทศบอตสวานา

ปัจจุบันพบว่ามีการระบาดแล้วในประเทศแอฟริกาใต้, บอตสวานา, นามิเบีย, เอสวาตินี,มาลาวี, โมซัมบิก, ซิมบับเว, เลโซโท, เบลเยียม, ฮ่องกง, อิสราเอล, ออสเตรเลีย, สหราชอาณาจักร, เยอรมนี, แคนาดา อิตาลี เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ สาธารณรัชเช็ก

การกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในครั้งนี้ เนื่องจากมีการกลายพันธุ์ของยีนมากถึง 50 กว่าตำแหน่ง โดย 32 ตำแหน่งเกิดขึ้นบนโปรตีนหนามแหลม หรือที่เรียกว่า Spike Protein ซึ่งเป็นโปรตีนที่ไวรัสใช้ในการเข้าสู่เซลล์ของร่างกายมนุษย์ ซึ่งพบมากกว่าทุกสายพันธุ์ และมากกว่าสายพันธุ์เดลตา ถึง 2 เท่า และพบการกลายพันธุ์ที่ส่วนตัวรับ ซึ่งไวรัสใช้จับยึดกับเซลล์ของคนเราถึง 10 ตำแหน่ง

เพราะฉะนั้นเมื่อมีการกลายพันธุ์ในตำแหน่งดังกล่าว สิ่งที่น่ากังวลก็คือ

  • ทำให้เชื่อกันว่าไวรัสจะสามารถแพร่กระจายได้เร็วกว่าสายพันธุ์เดลตา
  • สามารถเข้าสู่ระบบร่างกายมนุษย์ได้ง่ายขึ้น
  • อาจจะหลบภูมิคุ้มกันได้มากขึ้น
  • มีแนวโน้มต้านประสิทธิภาพวัคซีน
  • คนที่เคยติดเชื้อโควิด-19 มีโอกาสที่จะติดเชื้อซ้ำได้จากโควิดสายพันธุ์โอไมครอน
  • ความรุนแรงของโควิดกลายพันธุ์ตัวนี้ ยังไม่แน่ชัดว่าจะทำให้การเจ็บป่วยหรือการติดเชื้อรุนแรงขึ้นหรือไม่

องค์การอนามัยโลก (WHO) ก็เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ยกเลิกกิจกรรมวันปีใหม่ โดยนายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกให้เหตุผลว่า “การเฉลิมฉลองล่าช้า คงดีกว่าการเฉลิมฉลองในตอนนี้แล้วต้องเสียใจในภายหลัง” และยังต้องมีการเพิ่มความพยายามอีกเท่าตัวเพื่อยุติการระบาดใหญ่ครั้งใหม่ ซึ่งการระบาดครั้งใหญ่นี้อาจจบสิ้นลงในปี 2565 เมื่อทุกประเทศฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้ร้อยละ 70 ภายในกลางปีหน้า

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์โอไมครอน ที่ติดง่าย ตายยาก แต่ก็ยังไม่มีใครกล้ารับรองเต็มร้อย พบว่าขณะนี้มีการระบาดลุกลามไปถึง 89 ประเทศ ยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อแตะกว่า 6 พันคน และคาดว่าสถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อจะหนักหน่วงยิ่งขึ้นหลังช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งจะส่งผลต่อระบบสาธารณสุข เศรษฐกิจ สังคม และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมาย โดยภาพรวมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ดังจะเห็นได้จากตัวเลขผู้ติดเชื้อในสหราชอาณาจักร 8-9 หมื่นรายต่อวัน ฝรั่งเศส 5-6 หมื่นรายต่อวัน นอกจากนี้ที่เยอรมนีและสหรัฐอเมริกาก็มีรายงานตัวเลขผู้ติดเชื้อที่สูงขึ้นต่อเนื่อง แม้แต่ในไทยตัวเลขการติดเชื้อก็ยังแกว่งขึ้น ๆ ลง ๆ และในจำนวนผู้ติดเชื้อที่ดูลดลงนี้แต่ก็ยังสูงอยู่ดี

ทั่วโลกฉลองปีใหม่ งดการจัดกิจกรรมปีใหม่ ต้อนรับปีใหม่
ทั่วโลกฉลองปีใหม่ งดการจัดกิจกรรมปีใหม่ ต้อนรับปีใหม่
ล่าสุดในวันนี้ ซึ่งมีมติให้กรุงเทพมหานครงดการจัดกิจกรรมปีใหม่ ต้อนรับปีใหม่ ทั้งหมด เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดและลดความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิด-19 โอไมครอนที่แพร่ระบาดเร็วมาก โดยกรุงเทพมหานครงดจัดกิจกรรมปีใหม่ของทุกหน่วยงานทั้ง 50 เขต รวมถึงกิจกรรมสวดมนต์ข้ามปี และพิธีทำบุญตักบาตรวันปีใหม่

“เนื่องจากทางองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้มีการเรียกร้องให้ยกเลิกวันหยุดบางส่วนเพื่อปกป้องสาธารณสุข เนื่องจากสายพันธุ์โอไมครอน แพร่ระบาดเร็วกว่าสายพันธุ์เดลต้าอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโลก และการแพร่ระบาดในประเทศไทย พบว่ามีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของสายพันธุ์โอไมครอน

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 22 ธันวาคม ผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์โอไมครอนมีมากกว่า 100 ราย ยืนยันสายพันธุ์แล้ว 27 ราย และรอการยืนยันอีก 97 ราย ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาด ทาง กทม. ได้ทำการประชุมหารือกันแล้ว โดยทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครขอยกเลิกการจัดงานประเพณีวันขึ้นปีใหม่ และการสวดมนต์ข้ามปี 2565 ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2564-1 มกราคม 2565 ที่จะจัดขึ้น ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงของสำนักงานเขตและหน่วยงานเขตของ กทม.ทั้งหมด

แต่ส่วนภาคเอกชนที่ได้มีการเตรียมการไว้แล้ว ทาง กทม.ขอความร่วมมือให้ ‘งด’ แต่หากต้องการจะจัด ท่านจะต้องมีมาตรการที่เข้มขึ้น และขอให้ทางเอกชนที่ต้องการจะจัดงานปีใหม่ ดำเนินการตามมาตรการโควิด ฟรี เซ็ตติ้ง ที่รัฐบาลกำหนด ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองคนเข้างาน เจลแอลกอฮอล์ การทำความสะอาดสถานที่ ก็เว้นระยะห่างให้คนที่มาร่วมงานสวมหน้ากากอนามัยตลอดทั้งงาน รวมถึงจะต้องมีจุดที่เตรียมไว้ให้กักตัวหากพบว่าผู้ที่มาร่วมงานติดเชื้อ และผู้ที่มาเข้าร่วมงานกับทางเอกชน ต้องมีผลการฉีดวัคซีน 2 เข็ม หรือต้องตรวจหาเชื้อแบบเอทีเคที่หน้างาน จึงขอความร่วมมือไปที่ทางเอกชนที่จะต้องจัดงาน ให้มีสิ่งเหล่านี้ เตรียมตัวไว้ด้วย รวมถึงลดจำนวนคนเข้างาน

“ทาง กทม.ขอความร่วมมือประชาชนงดการจัดกิจกรรมสังสรรค์ ตลอดจนหลีกเลี่ยงไปในพื้นที่ที่มีการรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เข้าใจว่าเทศกาลปีใหม่เป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง แต่กิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนหมู่มาก หรือจำนวนมาก ก็ขอความร่วมมือ ท่านจะเลี้ยงฉลองกันในครอบครัวเราคงไม่ห้าม แต่ถ้าเป็นการรวมตัวของคนหมู่มาก ทางเราขอความร่วมมือด้วยนะครับ อย่างไรก็ตามคงเป็นอีกปีที่เราต้องงด สำหรับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ทั้งนี้ก็ด้วยความเป็นห่วง”

ในยุโรป การเฉลิมฉลองแทบจะเป็นศูนย์ หลังจากที่หลายประเทศต้องสั่งห้ามการรวมตัวของผู้คนจำนวนมาก ทั้งยังออกมาตรการคุมเข้มห้ามการชุมนุมของคนจำนวนมากทั้งในบ้านเรือนและกลางแจ้ง โดยฝรั่งเศสได้ระดมกำลังตำรวจกว่า 100,000 คน เพื่อคอยควบคุมไม่ให้มีผู้ละเมิดคำสั่งห้ามจัดปาร์ตี้ฉลองปีใหม่ และควบคุมคำสั่งเคอร์ฟิวที่ห้ามคนออกจากเคหะสถานในช่วงค่ำคืน

ขณะที่ในซิดนีย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในจุดชมพลุเฉลิมฉลองปีใหม่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกจุดหนึ่งยังคงเดินหน้าจัดการแสดงพลุไฟเช่นเดิม แต่ห้ามการรวมตัวกันของผู้คนรอบอ่าวซิดนีย์เพื่อดูพลุไฟด้วยตนเอง เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดใหญ่อีกครั้งหนึ่ง

ในจีน การจัดแสดงแสงสีเสียงประจำปีในกรุงปักกิ่งถูกยกเลิก ส่วนการเฉลิมฉลองในที่เมื่องอื่นๆ ทั่วประเทศก็ถูกลดขนาดลง

ญี่ปุ่นสั่งยกเลิกกิจกรรมปีใหม่ที่เปิดให้ประชาชนเข้าไปถวายพระพรสมเด็จพระจักรพรรดิและพระบรมวงศานุวงศ์ และยังขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางไปไหว้พระขอพรที่วัดในวันปีใหม่อีกด้วย

ส่วนที่อินเดีย ไม่ว่าจะในกรุงเดลี เมืองหลวงของประเทศ หรือในอีกหลายๆ เมือง มีคำสั่งเคอร์ฟิวในช่วงค่ำคืน ร่วมกับมาตรการคุมเข้มอื่นๆ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการรวมตัวกันของคนจำนวนมากในช่วงปีใหม่

อย่างไรก็ดี นิวซีแลนด์ซึ่งสามารถควบคุมไม่ให้มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ด้วยมาตรการล็อกดาวน์และปิดพรมแดน ยังคงสามารถเฉลิมฉลองปีใหม่กันได้ตามปกติ

ขอความร่วมมือประชาชนงดการจัดกิจกรรมสังสรรค์ ตลอดจนหลีกเลี่ยงไปในพื้นที่ที่มีการรวมตัวกันเป็นจำนวนมาก เข้าใจว่าเทศกาลปีใหม่เป็นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง แต่กิจกรรมที่มีการรวมตัวของคนหมู่มาก หรือจำนวนมาก ก็ขอความร่วมมือ ท่านจะเลี้ยงฉลองกันในครอบครัวเราคงไม่ห้าม แต่ถ้าเป็นการรวมตัวของคนหมู่มาก ทางเราขอความร่วมมือด้วยนะครับ อย่างไรก็ตามคงเป็นอีกปีที่เราต้องงด สำหรับหน่วยงานภาครัฐต่าง ๆ ทั้งนี้ก็ด้วยความเป็นห่วง จาก UFABET

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *