รู้จักน้ำมัน ดีเซล B5 แตกต่างอย่างไรกับ B7 ก่อนการประกาศปรับลดสูตรผสมน้ำมันไบโอดีเซล B100 เป็น B5 ตั้งแต่ 5 ก.พ. ถึง 31 มี.ค.

 

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2565 ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ที่ประชุม คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) ครั้งที่ 3/2565 เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบ ปรับลดสูตรผสมน้ำมัน ไบโอดีเซล (B100) จาก

ปัจจุบันมี B7 เกรดเดียว ให้เป็น B5 มีผลตั้งแต่ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565 ถึง 31 มีนาคม 2565 เพื่อรักษาระดับความผันผวน ของราคาน้ำมัน ในการตรึงราคาดีเซล ไม่ให้เกิน 30 บาท/ลิตร

 

ก่อนหน้านี้ กบง. มีมติปรับสูตรดีเซล จาก B7 B10 และ B20 เหลือเพียง B7 ตั้งแต่ วันที่ 1 ธันวาคม 2564 ถึง 31 มีนาคม 2565 แต่เนื่องจาก สถานการณ์ราคาน้ำมัน ในตลาดโลก ที่พุ่งสูงขึ้นมาก จึงต้องใช้เงินกองทุนน้ำมัน

เชื้อเพลิง อุดหนุนลิตรละ 3.09 บาท ดังนั้น กบง.จึงพิจารณามาตรการใหม่ เพื่อลดต้นทุน ราคาน้ำมันดีเซล อย่างเร่งด่วน

 

ขณะที่ต้นทุนน้ำมัน B100 ยังอยู่ระดับสูง ส่งผลให้ ราคาน้ำมัน B100 ที่ผสมในน้ำมัน B7 พุ่งไปอยู่ที่ 2-3 บาทต่อลิตร

โดยในวันนี้ (4 ก.พ.) จะมีการแจ้งต่อคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำแห่งชาติ (กนป.) เพื่อขอความเห็นชอบ ก่อนประกาศ ในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2565

เพื่อทำความเข้าใจ แนวทางการลดต้นทุน ของน้ำมันดีเซล “ประชาชาติธุรกิจ” เปรียบเทียบความแตกต่าง ระหว่างน้ำมันดีเซล B5 และ B7 ให้เข้าใจง่าย ดังนี้

ไบโอดีเซล คืออะไร

แต่ก่อนที่เราจะไป ทำความรู้จัก น้ำมันดีเซลทั้ง 2 สูตร จำเป็นต้องเข้าใจก่อนว่า ไบโอดีเซล คืออะไร ?

 

ข้อมูลจากสำนักงานนโยบาย และ แผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ระบุว่า ไบโอดีเซล เป็นเชื้อเพลิงเหลว ที่ใช้งานได้เหมือน น้ำมันดีเซลธรรมดา แต่ผลิตจาก วัสดุทางชีวภาพ ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า Bio หรือ “ไบโอ” จึงได้

ชื่อว่า “ไบโอดีเซล” ซึ่งทำได้โดย นำน้ำมันพืชและน้ำมันประกอบอาหารที่ใช้แล้ว มาผ่านกระบวนการทางเคมี กลายเป็นไบโอดีเซล

 

ประเทศไทย มีพืชน้ำมัน ที่สามารถใช้ผลิตไบโอดีเซล ได้หลากหลายมากมาย ได้แก่ ปาล์มน้ำมัน สบู่ดำ ถั่วลิงสง งา ทานตะวัน ละหุ่ง ถั่วเหลือง และมะพร้าว

โดยเราสามารถ นำไบโอดีเซล มาผสมในน้ำมันดีเซล ได้ตามสัดส่วนที่ต้องการ กรณีที่ ใช้ไบโอดีเซลล้วน ๆ เรียกว่า “ไบโอดีเซล 100%” หรือ B100 ซึ่งเหมาะกับเครื่องยนต์ดีเซลรอบต่ำ หรือ พวกเครื่องจักกลการเกษตร

ดีเซล B5 คืออะไร

 

แต่หากต้องการ หมุนเร็ว หรือใช้ในรถยนต์ ก็จะผสมในสัดส่วนไบโอดีเซล 5 ส่วน ต่อน้ำมันดีเซล 95 ส่วน ได้เป็น ไบโอดีเซลสูตร B5 ซึ่งเป็นสูตรที่ได้ทดลองใช้ ในรถยนต์แล้วว่าสามารถ ใช้แทนน้ำมันดีเซล ได้เป็นอย่างดี

ไม่มีปัญหา ตามข้อมูล จากสำนักงาน นโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน

 

มีคำแนะนำ จากกูรูรถยนต์ว่า ดีเซล B5 สามารถใช้ได้ กับทุกเครื่องยนต์ดีเซล โดย ไม่จำเป็นต้อง ปรับแต่งเครื่องยนต์ใด ๆ แต่หากไม่มั่นใจ สามารถสอบถาม ผ่านศูนย์บริการแต่ละยี่ห้อได้

ส่วนกรณีที่ หลายคนกังวลว่า ดีเซล B5 จะสร้างปัญหา ให้กับรถ กลุ่มหัวฉีดไฟฟ้า เนื่องจาก ส่วนผสมที่เข้มข้นขึ้น แนะนำให้หมั่นทำความสะอาดหัวฉีด เป็นประจำ จะช่วยชะล้าง คราบสกปรกได้

 

สาเหตุ ที่เลิกใช้ดีเซล B5 ในช่วงก่อนหน้านี้ เนื่องจาก กรมธุรกิจพลังงาน ได้ออกประกาศ ปรับลดสัดส่วนผสมน้ำมันไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซล จากน้ำมัน B5 เป็นน้ำมัน B3 มีผลใช้บังคับ ตั้งแต่ วันที่ 25 สิงหาคม 2559

เป็นต้นมา เพื่อให้สอดคล้อง กับสถานการณ์ปาล์มน้ำมัน ที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิต ไบโอดีเซล เพราะช่วงนั้น ประเทศไทยประสบปัญหาภัยแล้ง ที่ต่อเนื่อง และ ยาวนาน ส่งผลให้ ปริมาณผลผลิตปาล์มน้ำมัน ออกสู่ตลาดน้อยลง

 

ประกาศฉบับดังกล่าว ได้มีการ ปรับลดสัดส่วนผสม น้ำมันไบโอดีเซลขั้นต่ำ จากไม่ต่ำกว่า 5% เป็น ไม่ต่ำกว่า 3% ซึ่งการปรับสูตร เพื่อลดการใช้น้ำมันไบโอดีเซลลง จะทำให้ จำนวนการรับซื้อปาล์ม จากเกษตกรลดลง ส่ง

ผลต่อรายได้ ผู้ปลูกปาล์มในประเทศ

 

ดีเซลสูตร B7 คืออะไร

ส่วน ไบโอดีเซล สูตร B7 นั้น มีสัดส่วน ของไบโอดีเซล ผสมอยู่ในน้ำมันดีเซล ที่ 6.6 – 7.0% หมายความว่า มีปริมาณน้ำมันดีเซล มากกว่าไบโอดีเซล เหมาะสำหรับ รถเก่า และ รถยุโรป

สรุปให้เข้าใจง่าย คือ ดีเซล B5 คือ การผสมไบโอดีเซล 5% และ B7 คือการ ผสมไบโอดีเซล 7% ที่เหลือ เป็นน้ำมันดีเซล ดังนั้น รถเก่า จึงเหมาะที่ใช้น้ำมัน ที่มีการผสมไบโอดีเซล ในสัดส่วนที่น้อย

 

UFABET

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *